เส้นทางพาณิชย์ของชาวไวกิ้งในอเมริกา

นักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่า ชาวไวกิ้งหรือชาวนอร์สอยู่ในอเมริกาเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่เชือกถัก หินลับมีด และซากหนูตาย ที่พวกเขาพบในผืนดินของแคนาดาทำให้พวกเขาต้องคิดใหม่อีกครั้ง เพราะหลักฐานที่พบบ่งชี้อย่างชัดเจนมากว่า ชาวไวกิ้งมีร้านค้าที่มีกิจการรุ่งเรืองตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ

  หลักฐานชิ้นที่ 1 : เชือกถักขึ้นโดยผู้หญิงชาวไวกิ้ง

เชือกที่พบในแหล่งขุดค้น ซึ่งตั้งอยู่ในเขตตะวันออกเฉียงเหนือของแคนาดา กระตุ้นความสงสัยของแพทริเซีย ซัทเทอร์แลนด์ เพราะเชือกนั้นอ่อนนุ่มเกินกว่าจะเป็นฝีมือของคนท้องถิ่นอย่างชาวดอร์เซต เนื่องจากชาวดอร์เซตจะใช้เส้นเอ็นและหนังสัตว์ที่ทำให้เป็นเส้นบางยาว แต่เชือกที่พบทำจากขนนุ่มของกระต่ายภูเขา ส่วนเทคนิคในการถักนั้นมีลักษณะเดียวกันกับที่นักโบราณคดีพบในนิคมของชาวไวกิ้งที่กรีนแลนด์ตะวันตกชื่อว่า “Garden Under Sandet” (ฟาร์มใต้ผืนทราย)

หลักฐานชิ้นที่ 2 : ร่องรอยโลหะเผยกิจกรรมของชาวไวกิ้ง

ลำแสงอิเล็กตรอนเผยให้เห็นส่วนประกอบของหินลับมีดอายุ 1,000 ปีที่พบในแหล่งขุดค้น เมื่อนักโบราณคดีพบหินลับมีดในแหล่งขุดค้น พวกเขาตีความว่า มันเป็นอีกหนึ่งร่องรอยที่แสดงให้เห็นกิจกรรมของชาวไวกิ้ง หลักฐานสุดท้ายปรากฏขึ้นเมื่อพวกเขาวิเคราะห์ร่องบนหินลับมีด ภายในร่องนี้จะมีเศษขนาดเล็กของโลหะที่หลงเหลืออยู่ เพื่อค้นหาว่าโลหะเหล่านี้คืออะไรบ้าง นักวิทยาศาสตร์ใช้อุปกรณ์วิเคราะห์ธาตุเชิงพลังงาน (Energy Dispersive X-ray Spectroscopy) วิธีการนี้ใช้ตรวจสอบได้แม้ตัวอย่างจะมีขนาดจิ๋ว และมีค่าความคลาดเคลื่อนน้อยกว่าร้อยละ 0.1 การตรวจวัดแสดงว่า ร่องรอยเศษโลหะที่พบในหินลับมีดคือทองแดง ทองเหลือง และเหล็กหลอม ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ชาวดอร์เซตไม่รู้จัก แต่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของชาวไวกิ้ง

หลักฐานชิ้นที่ 3 : หนูตัวแรกมาถึงทวีปอเมริกาด้วยการโดยสารเรือของชาวไวกิ้ง

หนูไม่ได้เป็นเพียงสัตว์รังควาน แต่มันยังเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า หนูดำมายังอเมริกาพร้อมกับชาวอาณานิคมและลงหลักปักฐานในเมืองช่วงศตวรรษที่ 17 แต่การค้นพบซากหนูในแหล่งขุดค้นของชาวไวกิ้งบนเกาะแบฟฟินทำให้ต้องปรับการมาถึงอเมริกาของหนูเสียใหม่ ย้อนไปถึงช่วงระหว่างศตวรรษที่ 1-14 แทน ในเวลานั้นหนูอาศัยอยู่ในแผ่นดินอีกด้านของมหาสมุทรแอตแลนติกเท่านั้น ดังนั้นชาวไวกิ้งหรือลูกหลานของพวกเขาต้องเป็นผู้นำหนูดำมายังเกาะแห่งนี้

การเดินทางของหนูดำ

1000-1400 หนูเดินทางมายังเกาะแบฟฟินพร้อมชาวยุโรป และอาศัยอยู่ในบ้านของพวกเขา 

ศตวรรษที่ 1 หนูดำมาถึงอังกฤษ เกาะแบฟฟิน

ศตวรรษที่ 17 หนูมายังทวีปอเมริกาเหนือพร้อมกับชาวอาณานิคมและลงหลักปักฐานในเมืองที่กำลังเติบโต

ศตวรรษที่ 16 หนูแพร่ไปยังแคริบเบียนและทวีปอเมริกาใต้พร้อมกับนักสำรวจชาวยุโรป

200 ปีก่อนคริสต์ศักราชปี 500 หนูกระจายไปทั่วยุโรปพร้อมกับการเติบโตของอาณาจักรโรมัน

331-321 ปีก่อนคริสต์ศักราช ชาวอียิปต์บันทึกเรื่องราวของนกที่กินหนูเป็นอาหาร

20,000 ปีก่อน หนูดำกระจายไปทั่วตะวันออกกลางจากถิ่นกำเนิดของพวกมันในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Related Post

หลักฐาน 3 ชิ้นบอกว่าชาวไวกิ้งบางส่วนลงหลักปักฐานในแคนาดา