เปิดประวัติศาสตร์ความเมา กว่า 6,000 ปี ที่มนุษย์คุ้นเคยกับแอลกอฮอล์ นักโบราณคดีพบหลักฐานว่ามีการหมักเหล้าเบียร์เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยยุคหินใหม่!

มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันว่าคนอังกฤษดื่มเบียร์มานานหลายพันปีแล้ว แต่เบียร์โบราณรสชาติเป็นอย่างไร เริ่มต้นเมื่อไร เราจะมีโอกาสได้ลิ้มรสเบียร์โบราณบ้างไหม มาหาคำตอบไปพร้อมกัน

บรูซ วิลเลียม เปิดร้านขายอุปกรณ์หมักเบียร์เองที่บ้านในเมืองอาโลอา (Alloa) ประเทศสกอตแลนด์ มานานกว่า 30 ปี ลูกค้าส่วนมากที่มาใช้บริการจะเป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากแถบหมู่เกาะเอาต์เฮบริดิสและส่วนที่เป็นเอกเทศของสกอตแลนด์ ที่มักมาพร้อมเรื่องราวเกี่ยวกับสูตรหมักเบียร์สมัยคุณปู่จากตำรับลับของตระกูลที่ตกทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น

จากที่ได้ฟัง ส่วนมากจะเป็นวัถตุดิบแปลกๆ ที่วิลเลียมไม่เคยนำมาเป็นหัวเชื้อในการหมักเบียร์มาก่อน หนึ่งในนั้นก็คือต้นฮีเธอร์ที่หมักแล้วจะได้เบียร์น้ำตาลต่ำ เมื่อจิบจะมีรสฝาดติดปลายลิ้นนิดๆ และช่วยแต่งกลิ่นสมุนไพรเบาๆ และหอมกลิ่นไม้บางๆ เพิ่มความกลมกล่อม ต้นฮีเธอร์เป็นพืชที่เคยขึ้นปกคลุมพื้นที่รกร้างว่างเปล่าหลายล้านเอเคอร์มาตั้งแต่สมัยยุคหิน เป็นไปได้ว่านี่อาจเป็นพืชที่นิยมใช้ในการหมักเบียร์เอลเมื่อสมัยกว่า 1,000 ปีก่อน

หลายคนอาจเถียงว่าเบียร์ฮีเธอร์เอลมีต้นกำเนิดที่สกอตแลนด์ เริ่มหมักกันมานานหลายพันปีแล้ว เพราะมีหลักฐานจากบทกวีชื่นชมรสชาติโดย โรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน และยังมีหลักฐานที่ชัดเจนว่าเบียร์เอลเกิดก่อนเหล้าน้ำผึ้งของโรมันนานกว่าถึง 100 ปี

แต่การเริ่มหมักเบียร์ในประเทศอังกฤษจะสืบย้อนไปได้ไกลแค่ไหนกันล่ะ ข้อมูลของนักโบราณคดีที่เปิดเผยว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเมืองบริสตัล (Briston) มีมาตั้งแต่สมัยยุคหินใหม่ (Neolithic) หรือเมื่อประมาณ 6,000-4,500 ปีมาแล้ว เชื่อได้จริงหรือ

ปี 1980 นักโบราณคดีขุดพบเศษผงที่เหลือจากการระเหยโดยวิธีต้มเป็นเวลานานบนเครื่องปั้นดินเผาอายุ 4,000 ปี ที่เกาะรุม (Rhum) เมื่อนำไปส่องกล้องจุลทรรศน์ก็พบว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นละอองเรณูของต้นฮีเธอร์ ดอกมีโดว์สวีท และรอยัลเฟิร์น

ดอกมีโดว์สวีทอาจใส่เพื่อกลบกลิ่นเนื้อเน่าในยุคนั้นแคโรไลน์ วิคแฮมโจนส์ นักโบราณคดีในทีมที่ขุดพบกล่าว และตั้งประเด็นว่าต้องตั้งคำถามก่อนว่าพืชเหล่านี้ใช้ทำอะไรได้บ้าง ต้นฮีเธอร์อาจใช้หมักเบียร์เอลได้ แต่ก็อาจใช้เป็นน้ำยาบ้วนปาก หรือทำอย่างอื่นได้เหมือนกันวิคแฮมโจนส์และทีมยังสนับสนุนให้โรงกลั่นเหล้าเกล็นฟิดดิช (Glenfiddich) ทดลองหมักเหล้าเอลจากต้นฮีเธอร์ เธอบอกกับเราว่ารสชาติมันดีเยี่ยมมากๆ

ยังพบร่องรอยการใช้ดอกมีโดว์สวีทในแหล่งขุดค้นยุคหินใหม่ที่เมืองแอเบอร์ดีนและไฟฟ์ และยังพบในบริเวณที่เป็นหลุมฝังศพด้วย อลิสัน เชอริแดน ภัณฑารักษ์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับช่วงต้นยุคก่อนประวัติศาสตร์ประจำพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสกอตแลนด์ (National Museums Scotland)ให้ข้อมูลว่า การใส่ดอกมีโดว์สวีทไว้บนศพก็เพื่อเป็นการกลบกลิ่นเนื้อเน่านั่นเอง

ในขณะเดียวกันก็มีการขุดพบหม้อใหญ่และหินแตกที่มีร่องรอยผ่านการถูกเผาที่ชุมชนสการาเบร (Skara Brae) อายุ 5,000 ปี บนเกาะอ๊อกนี (Orkney) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสกอตแลนด์ เมอร์ริน ไดเนลลี นักโบราณคดีประจำท้องถิ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องใช้ต่างๆในยุคหินใหม่ (Neolithic) เชื่อว่าซากหม้อที่ขุดพบเคยผ่านการใช้ต้มมอลต์ ซึ่งเป็นธัญพืชที่น่าจะมีมากในช่วงเวลานั้น และสามารถใช้เป็นเชื้อหมักทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้

แต่ข้อสรุปที่เชื่อว่าการหมักเบียร์มีมาตั้งแต่ก่อนยุคหินใหม่นั้นพิสูจน์ได้ยาก เพราะเจสสิก้า สมิธ นักโบราณคดี และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยดับบลิน กล่าวว่าการวิเคราะห์ทางเคมีไม่อาจยืนยันได้ว่าตะกอนที่ตกค้างอยู่ในภาชนะคือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะแอลกอฮอล์ระเหยหมดได้ภายใน 1 วัน เต็มที่ก็ไม่เกิน 1 สัปดาห์ แต่นี่คือผ่านมานานกว่าพันปี ซึ่งยากที่จะหาแอลกอฮอล์ที่ไหนมาให้พิสูจน์ได้

เจสสิก้าพูดต่อไปอีกว่าเราไม่ควรหลงประเด็นเรื่องโมเลกุลต้นแบบ ตัวอย่างเช่น สารลิพิดเชิงซ้อน (Lipid compounds) เป็นสารที่สามารถพบได้ในทุกๆ สิ่งเธอคิดว่าการพบองค์ประกอบลิพิดข้าวบาร์เลย์ในภาชนะเครื่องปั้นดินเผาเพียงเล็กน้อย แล้วเหมารวมว่าเป็นภาชนะที่เคยบรรจุเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนเป็นเรื่องที่ด่วนสรุปเกินไป

ถ้าจะหันมาพิจารณาจากตะกอนแคลเซียมอ็อกซาเรตที่มักจะเหลือทิ้งที่ภาชนะหลังจากกลั่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั่นก็เป็นแค่เกลือแร่ที่พบได้ทั่วๆ ไป ไม่อาจชี้ชัดได้ว่าเกิดจากกระบวนการหมักเหล้าจริงๆ

โอลิเวอร์ เครก นักโบราณคดีผู้เชี่ยวชาญด้านชีวโมเลกุลจากมหาวิทยาลัยยอร์ก กล่าวว่าถ้าพบต้นอ่อนข้าวบาร์เลย์ ก็เป็นไปได้ว่ามีการผลิตเบียร์แต่การหาหลักฐานมายืนยันจากคำกล่าวนี้ทำได้ยาก เพราะแหล่งขุดค้นช่วงก่อนยุคโรมันในประเทศอังกฤษมีน้อยมาก

มีอีกทฤษฎีหนึ่งจากคริส สตีเวนส์ ซึ่งเป็นนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ให้ข้อมูลว่าช่วงเวลา 5,300-4,400 ปีก่อน เกิดภาวะสภาพอากาศแปรปรวนทำให้ที่ไบรตันส์ (Britions) ขาดแคลนธัญพืชนานนับร้อยปี จากที่เคยหมักเบียร์เอลจากธัญพืช ชาวเมืองไบรตันส์จึงหันมาใช้วิธีหมักเหล้าจากน้ำผึ้งแทน 

ซึ่งอาจเป็นเหตุผลเดียวกันที่ทำให้เมืองคินล็อค (Kinloch) หันมาหมักเบียร์ด้วยต้นฮีเธอร์ตามข้อมูลของวิคแฮมโจนส์ เมื่อถึงยุคโรมันเรืองอำนาจ จึงเริ่มปรากฏหลักฐานมาสนับสนุนความคิดที่ว่าเบียร์เอลได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายบนเกาะอังกฤษ

มีการค้นพบสิ่งที่เรียกว่าบันทึกเกี่ยวกับการหมักเบียร์เป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกในลอนดอน เมื่อขุดพบแผ่นจารึกไม้อายุ 2,000 ปี ในเขตก่อสร้างอาคารแห่งหนึ่ง ในแผ่นจารึกมีชื่อ Tertius ซึ่งเชื่อว่าเป็นชื่อของคนหมักเบียร์ 

นอกจากนี้ยังพบหลักฐานเป็นจดหมายที่มาจากแหล่งขุดค้นยุคโรมันที่เมืองแวนโดแลนดา (Vandolanda) ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ โจชัว ดรีสโคลล์  นักศึกษาปริญญาเอกด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซินมิลวอกี้ กล่าวว่ามีการพบจดหมายของนายทหารเขียนไปขอเบียร์เอลเพิ่มให้ทหารในกองทัพเขาเชื่อว่าโรมันนำเบียร์เข้ามาในสหราชอาณาจักรโดยการบรรจุในไหแอมโฟร่า

โจนาธาน ฮอร์น นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระให้ข้อมูลว่าอีกหลักฐานที่ชัดเจนว่าชาวโรมันและชาวอังกฤษยุคกลางนิยมดื่มเบียร์ก็คือ ดีไซน์ของภาชนะบรรจุเหล้าเบียร์” 

ฮอร์นได้ศึกษาเกี่ยวกับคนโทใส่เบียร์ตั้งแต่ยุคโลหะในสหราชอาณาจักร ราวช่วง 2,800-1,900 ปีที่ผ่านมา ทำให้เห็นรูปแบบคนโทใส่เบียร์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น ใบที่มีลักษณะคล้ายถังไม้นิยมประดับตกแต่งด้วยงานโลหะที่ประณีตงดงามพร้อมด้ามจับเล็กๆ ฮอร์นยังกล่าวต่อไปอีกว่าหลายครั้งที่เราพบคนโทที่ตกแต่งอย่างประณีตบรรจง และดูหรูหราเกินกว่าจะมีไว้ใส่แค่น้ำเปล่า คนโทเบียร์ลักษณะนี้พบได้ในชุมชนพื้นเมือง โดยเฉพาะในกองทัพทหารโรมัน เห็นได้ชัดเจนว่าการออกแบบคนโทใส่เบียร์เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการดื่มของชาวพื้นเมือง

การดื่มเอลแพร่หลายมากขึ้นเมื่อประมาณ 1,600 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลจากสถานที่ขุดค้นทางโบราณคดีเปิดเผยว่าพบเตาอบมอลต์และอุปกรณ์การต้มเหล้าอายุ 800 ปี และยังมีการกล่าวถึงกิจวัตรการดื่มเหล้าในตอนหนึ่งของมหากาพย์ของชาวแองโกลแซกซอนเรื่อง Beowulf ที่ประพันธ์ขึ้นเมื่อ 1,300-1,000 ปีมาแล้ว

กลับมาที่บรูซ วิลเลียม ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบการทดลองหมักเบียร์เองที่บ้าน เขาได้ทุ่มเทใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อทำการค้นคว้าจากบันทึกต่างๆเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ มาใช้หมักเหล้าเบียร์ ที่หอจดหมายเหตุเหล้าเบียร์สกอต (Scottish Brewing Archives) สูตรเบียร์ที่ค้นย้อนหลังกลับไปได้ใกล้ที่สุดคือในสมัยศตวรรษที่ 12-13 แต่การใช้ต้นฮีเธอร์ยังคงเป็นสูตรหมักเบียร์ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ 

ส่วนต้นฮ็อพที่ปัจจุบันรู้จักกันดีว่าใช้หมักเบียร์เริ่มนิยมแพร่หลายในช่วงปลายยุคกลาง แต่เวลาก็ผ่านมาเป็นพันปี จึงต้องมีวัตถุดิบที่เป็นตัวกำหนดพื้นฐานรสชาติ แม้ว่าเราจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ตาม พอเข้าใจได้ว่าเพราะเหตุใดผู้คนในสมัยก่อนนั้นจึงต้องใช้ความพยายามมากมายเพื่อผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานฉลองคือคำกล่าวของ มาร์ติน  คอร์เนลล์ นักข่าวและผู้รอบรู้ประวัติศาสตร์เบียร์

มีบันทึกกล่าวไว้ว่าจะมีการหมักเตรียมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้เพื่อดื่มในงานแต่งงาน ฉลองวันเกิด งานฉลองการเก็บเกี่ยวพืชผล คริสต์มาส และงานสังคมต่างๆ บทกวีในยุคกลางมักกล่าวถึงการดื่มเหล้าเอลในโอกาสต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ที่มักใช้ในงานฉลองอย่างม้านั่งดื่มเหล้าเอลที่มีบรรยายไว้ในเรื่อง Beowulf ว่าช่วยเพิ่มความสนุกให้แขกในงาน

คอร์เนลล์กล่าวต่อไปอีกว่าช่วง 2-3 ปีมานี้ผมเจอกับแนวคิดเหล้าเอลสำหรับก้าวผ่านพ้นวัย คือวิธีการหมักเหล้าเอลในชนชั้นขุนนางช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ที่จะทำกันบ่อยเมื่อทายาทของขุนนางถือกำเนิด จะมีการหมักเหล้าแรงๆ จำนวนมาก หมักทิ้งไว้ 21 ปี แล้วนำไปดื่มฉลองในปาร์ตี้ก้าวพ้นวัย

ปัจจุบันประเพณีลักษณะนี้ไม่ค่อยมีใครทำเท่าไร แต่ก็ถือเป็นตัวอย่างที่ดีเพื่อชี้ให้เห็นว่าเหล้าสามารถหลอมรวมการเฉลิมฉลองให้กลายเป็นวัฒนธรรมได้

ยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการดื่มเหล้าในเกาะอังกฤษอีกมากมาย แต่ถึงอย่างไร คนก็ยังดื่มเหล้าต่อไป ในแง่การประสบความสำเร็จทางการตลาดของประวัติศาสตร์เหล้าเอลในศตวรรษที่ 21 ชี้ให้เห็นว่าเราสืบทอดความหลงใหลในการดื่มเหล้ามาจากบรรพบุรุษ

กระแสความนิยมดื่มเหล้าเบียร์ยังคงขยายต่อไปทั้งในวิถีดั้งเดิมและในท้องถิ่น คอร์เนลล์ยังกล่าวต่อไปอีกว่าอันที่จริงการหมักเบียร์ก็ทำได้แค่เดินไปในท้องทุ่งใกล้โรงกลั่น ดึงต้นไม้ใบหญ้าขึ้นมา แล้วโยนใส่หมักให้เป็นเบียร์

และนี่คือวิธีที่บรรพบุรุษชาวอังกฤษใช้ทำเบียร์นั่นเอง

ที่มา:http://www.bbc.com/earth/story/20161130-why-the-stone-age-could-be-when-brits-first-brewed-beer

Related Post

เปิดประวัติศาสตร์ความเมา กว่า 6,000 ปีมาแล้วที่ชาวอังกฤษผลิตเบียร์