ภูมิแพ้เป็นโรคเรื้อรัง แต่ในบางกรณีแพทย์สามารถบรรเทาอาการแพ้ของผู้ป่วยด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy) แต่วิธีนี้ไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนที่กลัวเข็มฉีดยาสักเท่าไร เพราะมันเกี่ยวข้องกับการฉีดสารก่อภูมิแพ้ปริมาณน้อยๆ เข้าไปใต้ผิวหนัง เป็นระยะเวลานาน จนระบบภูมิคุ้มกันค่อยๆ ปรับตัว และเข้าใจว่าสารประเภทนี้ไม่เป็นพิษเป็นภัย การฉีดสารก่อภูมิแพ้จะต้องทำทุกสัปดาห์เป็นเวลาหลายปี ซึ่งเป็นการรักษาที่แพงและเหนื่อยหน่าย

ด้วยเหตุนี้ นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามพัฒนาการรักษาใหม่ๆ ในรูปของยาและผง ที่สถาบันวิจัยเด็กเมอร์ด็อก (Murdoch Childrens Research Institute) ในออสเตรเลีย ศาสตราจารย์ถัง มีมี่ ให้เด็กที่มีอาการแพ้ถั่วลิสงจำนวน 28 คน กินโยเกิร์ตที่ผสมโปรตีนจากถั่วลิสงปริมาณต่ำ โดยจะค่อยๆ เพิ่มปริมาณโปรตีนจากถั่วลิสงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผ่านไป 18 เดือน เด็กร้อยละ 82 สามารถกินถั่วลิสงได้เป็นปกติ และมีเพียงร้อยละ 4 ของเด็กที่ได้รับการทดลองแบบพลาซีโบ (คือให้รับประทานโยเกิร์ตที่แท้จริงแล้วไม่มีการผสมโปรตีนจากถั่ว แต่บอกผู้เข้าทดลองว่ามีการผสม) ที่สามารถกินถั่วลิสงได้เป็นปกติ แม้ว่าการทดลองนี้จะมีกลุ่มตัวอย่างไม่มาก แต่ก็นำไปสู่ผลที่น่าสนใจ

ยังมีการรักษาเชิงภูมิคุ้มกันประเภทอื่นที่ให้แปะแผ่น ซึ่งจะปล่อยให้สารก่อภูมิแพ้ค่อยๆ ซึมเข้าไปในผิวหนัง หรือการใช้โปรตีนที่ถูกดัดแปลงให้ผู้ป่วยสามารถพัฒนาการทนทานได้เร็วกว่าการใช้สารก่อภูมิแพ้จริงๆ

Related Post

รู้หรือไม่ว่า…สารปริมาณน้อยๆ ช่วยฝึกระบบภูมิคุ้มกันให้กับเด็กได้