ความเครียดรุนแรงในชีวิต ทำให้สมองแก่ขึ้นจริงหรือ? - Science Illustrated Thailand

นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซินของสหรัฐฯ เผยผลการศึกษาล่าสุดที่การประชุมนานาชาติของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ที่กรุงลอนดอนว่า ประสบการณ์ที่สร้างความเครียดรุนแรงในชีวิต เช่น การที่ลูกหลานตายจาก หย่าร้าง หรือถูกให้ออกจากงาน จะทำให้สมองเสื่อมประสิทธิภาพเหมือนแก่ขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อย 4 ปี

โดยทีมวิจัยได้มีการศึกษากลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกัน 1,320 คน ซึ่งมีอายุเฉลี่ย 58 ปี และล้วนผ่านประสบการณ์ที่สร้างความเครียดรุนแรงในชีวิตมาแล้ว โดยให้คนกลุ่มนี้รับการทดสอบประสิทธิภาพของระบบประสาทและสมองหลายรายการ รวมทั้งทดสอบความจำและการใช้ความคิดด้วย

ผลการทดสอบพบว่ากลุ่มตัวอย่างชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน 82 คน มีประสิทธิภาพการทำงานของสมองต่ำกว่าที่ควรจะเป็นตามอายุจริงราว 4 ปี โดยคนกลุ่มนี้ล้วนผ่านประสบการณ์ที่สร้างความเครียดรุนแรงในชีวิตมามากกว่ากลุ่มตัวอย่างคนผิวขาว โดยเคยเผชิญกับเหตุการณ์ที่สร้างความเครียดรุนแรงในบัญชีรายการที่นักวิจัยรวบรวมไว้โดยเฉลี่ยสูงถึง 60% ของทั้งหมด 27 รายการด้วยกัน

สำหรับเหตุการณ์ที่สร้างความเครียดรุนแรงอื่นๆ ที่นักวิจัยได้รวบรวมเอาไว้ เช่น การสอบตกซ้ำชั้น ถูกผลักไสจากครอบครัวให้ไปอยู่ที่อื่น มีพ่อแม่ใช้ความรุนแรงหรือติดยาเสพติด ตกงานเป็นเวลานาน ล้มละลาย ถูกทำร้ายร่างกายหรือเผชิญเหตุการณ์ที่เสี่ยงชีวิตมาแล้ว เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม แม้งานวิจัยนี้จะไม่ได้มุ่งศึกษาถึงความเสี่ยงการเกิดโรคสมองเสื่อมโดยตรง แต่ก็ยืนยันถึงความเชื่อที่มีมาก่อนหน้านี้ว่าความเครียดรุนแรงที่เกิดขึ้นแม้ในวัยเด็กและวัยหนุ่มสาวจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมอง โดยทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังและอาจทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมได้ในช่วงหลังของชีวิต

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้เชี่ยวชาญของสมาคมโรคอัลไซเมอร์ที่กรุงลอนดอนบอกว่า ยังคงต้องมีการศึกษาทดลองต่อไป เพื่อค้นหาความเชื่อมโยงระหว่างความเครียดและความเสี่ยงต่อโรคสมองเสื่อมที่ชัดเจนมากกว่านี้

Credit: BBC

Related Post

ความเครียดรุนแรงในชีวิต ทำให้สมองแก่ขึ้นจริงหรือ?