มีหญิงสาววัย 40 ปีรายหนึ่งได้ตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มผู้เสพติดงานนิรนาม หรือ Workaholics Anonymous เพราะเธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังกลายเป็นคนบ้างานจนเริ่มรับมือไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นเธอเคยมีปัญหาติดเหล้าและมีความผิดปกติเกี่ยวกับการกินแต่ก็สามารถเอาชนะมันได้

ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเธอ แต่ความจริงแล้วกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะเธอยังคงไม่มีความสุขและเลือกใช้วิธีหันมาทำงานหนักแทน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเดิมๆ และพยายามเบี่ยงเบนตัวตน อารมณ์ ความกลัวของตัวเองด้วยการคิดหมกมุ่นเกี่ยวกับการทำงานอยู่ตลอดเวลา จนนำมาซึ่งความเครียดที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเธอเป็นอย่างมาก เธอเริ่มมีผมหงอกก่อนวัยภายในช่วงเวลา 3 เดือนนับตั้งแต่เริ่มงานในตำแหน่งบริหาร มีภาวะต่อมหมวกไตอ่อนล้า (Adrenal fatigue) และมีอาการทางหัวใจอีกด้วย

อย่างไรก็ดี กลุ่มผู้ติดงานนิรนามได้ก่อตัวขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1980 โดยยึดแนวทางบำบัด 12 ขั้นตอนที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยกลุ่มผู้ติดสุรานิรนาม (Alcoholics Anonymous หรือ AA)

ทุกวันนี้มีผู้เสพติดงานนัดพบปะกันกว่า 100 กลุ่มทั่วโลก ทั้งในญี่ปุ่น อาร์เจนตินา สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร อีกทั้งยังสามารถเข้าร่วมผ่านทางโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ได้อีกช่องทางหนึ่ง

อย่างไรก็ดี หลังจากหญิงสาวรายนั้นได้เข้าร่วมกลุ่มผู้เสพติดงามนิรนาม ปัจจุบันเธอก็มีวิธีคิดที่เปลี่ยนไปและสามารถจัดการกับงานได้ดีขึ้น ตอนนี้เธอเริ่มมีเวลามากขึ้นสำหรับความสนุกและความสัมพันธ์กับคนอื่น โดยเธอยังคงทำงานเดิมอยู่ และในขณะเดียวกันก็ยังมีเวลาทำงานเป็นอาสาสมัครให้กับองค์กรนี้ควบคู่ไปด้วย

คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองกำลังเสพติดการทำงาน?

ศาสตราจารย์ในสาขาจิตวิทยาในองค์กรและการทำงานจากมหาวิทยาลัยยูเทรกต์ของเนเธอร์แลนด์ ได้อธิบายว่า คนที่เสพติดการทำงาน คือคนที่ทำงานหนักอย่างหมกมุ่น ในแบบที่รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งจำเป็น มันเป็นส่วนผสมระหว่างงานที่เยอะเกินไปกับงานที่ต้องทำ

ด้านนักจิตวิทยาคลินิกที่ศูนย์พัฒนาการอ็อกซ์ฟอร์ด เคยให้คำปรึกษาผู้มีปัญหานี้อยู่บ่อยครั้งกล่าวว่า ผู้เสพติดการทำงานหลายคนมักมีปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ ร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า หรือกำลังมีปัญหาเสพติดสิ่งอื่นๆ อยู่

ทั้งนี้อาการเสพติดงานอาจเป็นผลส่วนหนึ่งจากการที่คนคนนั้นถูกพ่อแม่กดดันมากเกินไปในวัยเด็ก หรือถูกกระตุ้นจากประเภทของงานที่จำเป็นต้องทำงานหนัก ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับหน้าที่หรือตำแหน่งงานของคนคนนั้นด้วย เช่น ตำแหน่งงานที่อาวุโสกว่า อาจมีแนวโน้มทำให้เกิดการเสพติดงานได้มากกว่างานในตำแหน่งที่ต่ำกว่าในองค์กร หรือคนที่เป็นเจ้านายตัวเอง ก็เสี่ยงที่จะเสพติดการทำงานได้เช่นกัน เพราะพวกเขาอาจหมกมุ่นกับธุรกิจของตัวเอง เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ผู้เสพติดงานส่วนใหญ่มักจะไม่เห็นว่าพฤติกรรมของตัวเองเป็นปัญหา เพราะเมื่อพวกเขาทำงานในปริมาณมาก พวกเขาก็มักจะได้รับค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น

ฉะนั้นการรักษาอาการเสพติดงานจำเป็นต้องค้นหาสาเหตุอย่างจริงจัง และต้องปรับการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละคนด้วย การเข้ากลุ่มผู้ติดงานนิรนามจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยให้ผู้ที่เสพติดงานมีอาการที่ดีขึ้น เพราะพวกเขาจะได้เห็นคนอื่นที่มีปัญหาเดียวกัน ทำให้ไม่รู้สึกว่าตัวเองต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ซึ่งนี่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการบำบัดปัญหาด้านพฤติกรรมหรือการเสพติดทุกชนิด รวมถึงการได้บำบัดกับผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัวก็อาจได้ผลสำหรับผู้ที่มีปัญหาเสพติดงานบางคนเช่นกัน

Cr: BBC News

คุณกำลังเป็นคนเสพติดการทำงานหรือเปล่า?