น้ำผึ้งเป็นสารธรรมชาติมหัศจรรย์ หากเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดฝาสนิท น้ำผึ้งก็สามารถคงสภาพอยู่ได้โดยไม่เน่าไม่เสียตราบนานเท่านาน สาเหตุที่น้ำผึ้งมีอายุอัน (เกือบ)ไร้ขีดจำกัดนั้นเป็นเพราะน้ำผึ้งมีความเข้มข้นของน้ำผึ้งสูงมีน้ำเป็นองค์ประกอบน้อยและได้เอนไซม์เฉพาะจากผึ้ง ในขั้นตอนการผลิตน้ำผึ้ง เมื่อผึ้งงานดูดน้ำหวานเกสรจากดอกไม้ มันจะกลืนน้ำหวานลงกระเพาะ กระเพาะผึ้งมีเอนไซม์ที่ชื่อว่ากลูโคสออกซิเดส เอนไซม์ตัวนี้จะย่อยน้ำตาลกลูโคสบางส่วนให้เป็นกรดกลูโคนิกและไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ซึ่งมีฤทธิ์ฆ่าและยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อรา

น้ำตาลความเข้มข้นสูงในน้ำผึ้งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำผึ้งอยู่ได้ยาวนาน น้ำผึ้งมีความเข้มข้นน้ำตาลประมาณ 80% ดังนั้นแม้แบคทีเรียจะหลงตกลงไปปนเปื้อนในน้ำผึ้ง น้ำในเซลล์ก็จะออสโมซิสออกมาจากเซลล์และทำให้แบคทีเรียแห้งตาย ยิ่งไปกว่านั้นน้ำผึ้งยังมีฤทธิ์เป็นกรด มีค่า pH อยู่ที่ 3 – 4.5 (ค่า pH 7 คือเป็นกลาง กรดจะน้อยกว่า 7 และเบสจะมี pH มากกว่า 7) สภาวะเป็นกรดระดับนี้ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและราทั่วไป

อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะเก็บน้ำผึ้งให้อยู่ได้นานๆ เราจะต้องแน่ใจว่าเราเก็บน้ำผึ้งไว้ในภาชนะที่ปิดฝาสนิท มิฉะนั้นน้ำผึ้งจะดูดความชื้นจากอากาศ ทำให้ความเข้มข้นของน้ำตาลและความเป็นกรดลดลง เปิดโอกาสให้แบคทีเรียและเชื้อราเจริญเติบโตได้ นอกจากนี้เราก็ไม่ควรใช้มือหรือช้อนสกปรกแหย่ลงไปในน้ำผึ้งด้วย เพราะมันจะเปิดช่องให้เชื้อราแทรกติดเศษสิ่งสกปรกลงไปอยู่ในน้ำผึ้งได้

การประยุกต์ใช้น้ำผึ้งของคนยุคโบราณ

ดองศพ: มีตำนานเล่าขานว่า หลังจากการตายในปีที่ 323 ก่อนคริสต์ศักราช พระศพของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชถูกแช่ไว้ในโลงทองคำที่บรรจุน้ำผึ้งไว้เต็ม เพื่อที่รักษาไม่ให้ศพเน่าเปื่อยระหว่างการเดินทางขนย้ายพระศพจากเมืองบาบิโลนกลับสู่เมืองมาซีโดเนียซึ่งกินเวลานาน 3 ปี

ของขวัญสำหรับผู้ตายในปี 1922 นักโบราณคดีนามว่าโฮเวิร์ด คาร์เตอร์ ได้พบโถปิดผนึกใบหนึ่งในสุสานฟาโรห์ตุตันคามุน เมื่อเปิดดูก็พบว่าข้างในเป็นน้ำผึ้งที่อยู่ในสภาพดี ไม่เน่าเสีย แม้จะเก็บมานานถึง 3,000 ปี

ฆ่าเชื้อโรค: เป็นเวลานับสหัสวรรษที่มนุษย์รู้จักนำน้ำผึ้งมาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ ชาวอียิปต์โบราณจะทาน้ำผึ้งลงบนบาดแผลเพื่อลดการเกิดหนองอักเสบและช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

Related Post

น้ำผึ้งไม้มีวันหมดอายุจริงหรือ?