ภาวะโคม่าโดยตั้งใจคืออะไร? - Science Illustrated Thailand

ภาวะโคม่าโดยตั้งใจในทางการแพทย์เป็นการสลบอย่างลึกที่สุด ซึ่งแพทย์ลดการทำงานของสมองจนผู้ป่วยไม่สามารถถูกปลุกหรือตอบสนองต่อสิ่งปลุกเร้าได้ ในภาวะโคม่าโดยตั้งใจ คลื่นหัวใจ ความดันโลหิต และสมองจะถูกควบคุมด้วยเครื่องจักรหรือยา ผู้ป่วยอาจถูกนำเข้าสู่ภาวะโคม่าโดยตั้งใจด้วยการใช้ยากดประสาท หรือด้วยการลดอุณหภูมิร่างกายให้เหลือประมาณ 33 องศาเซลเซียส ภาวะนี้สามารถเปลี่ยนกลับได้ แพทย์สามารถนำผู้ป่วยออกจากภาวะโคม่าได้ด้วยการยกเลิกการรักษาดังกล่าว

ฉะนั้น ภาวะโคม่าโดยตั้งใจจึงเป็นกระบวนการภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวดที่บังคับให้สมองพัก เพราะสมองก็ต้องการความสงบเพื่อซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะขาดออกซิเจนเนื่องจากจมน้ำ หรือเส้นเลือดอุดตัน ความดันในสมองที่เพิ่มขึ้นหลังการกระแทกอย่างรุนแรงที่ศีรษะ หรือความไม่สมดุลทางเคมีในเซลล์ประสาท เพราะใช้ยาเกินขนาด

ผู้ป่วยมักเข้าสู่ภาวะโคม่าโดยอัตโนมัติหลังอุบัติเหตุรุนแรง ทำให้สมองเสียหายมากจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ภาวะโคม่ามีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเพราะทำให้สมองฟื้นตัวได้ในความสงบ หากผู้ป่วยรู้สึกตัวเร็วเกินไป สมองจะต้องใช้พลังงานมากในการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาทางประสาทสัมผัส การคิด และการขยับกล้ามเนื้อ จะทำให้ชะลอการฟี้นตัว บางกรณีอาจทำให้สมองไม่ฟื้นตัวจากความเสียหายเลยก็เป็นไปได้

หากแพทย์ประเมินว่าการทำให้สมองผู้ป่วยซึ่งอยู่ในอาการโคม่าอยู่แล้วสงบต่อไปจะดีที่สุด พวกเขาอาจเลือกที่จะไม่ปลุกผู้ป่วย และนำผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะโคม่าโดยตั้งใจ จนเมื่อแพทย์เห็นว่าสามารถควบคุมอาการได้แล้ว การรักษาซึ่งก่อให้เกิดภาวะโคม่าโดยตั้งใจก็จะยุติ อย่างไรก็ตาม หากสมองเสียหายอย่างรุนแรง อาการโคม่าตามธรรมชาติอาจคงอยู่ต่อไปเพื่อจำกัดการทำงานของสมอง

Did You Know? ความเย็นทำให้สมองพักงาน

ผู้ป่วยสามารถเข้าสู่ภาวะโคม่าโดยตั้งใจ ด้วยการทำให้อุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติ (hypothermia) ทำให้สมองได้พัก ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฟื้นตัว

1.ผู้ป่วยจะได้รับยาสลบเพื่อป้องกันการสั่นจากความเย็น และเครื่องช่วยหายใจจะช่วยเรื่องการหายใจ

2.การให้น้ำเกลือที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียสจะลดอุณหภูมิภายในของผู้ป่วย การรักษาปกติจะให้น้ำเกลือ 2 ลิตรภายในครึ่งชั่วโมง

3.ผ้าห่มทำความเย็น 2 ผืนที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส และถุงน้ำแข็งวางบริเวณที่มีพื้นผิวสัมผัสมากที่สุดของร่างกายจะทำความเย็นจากภายนอก

4.อุณหภูมิร่างกายจะถูกวัดในกระเพาะปัสสาวะ เส้นเลือดใหญ่ หรือหลอดอาหาร เมื่ออุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 33-34 องศาเซลเซียส ถุงน้ำแข็งจะถูกเก็บ และผ้าห่มทำความเย็นจะถูกปรับให้อุณหภูมิอยู่ที่ 33 องศาเซลเซียสระหว่างการลดอุณหภูมิการทำงานของอวัยวะสำคัญของผู้ป่วยจะถูกตรวจวัดอย่างสม่ำเสมอ

5.เมื่อยุติการทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลง ผู้ป่วยจะได้รับความร้อนโดยอุณหภูมิของผ้าห่มทำความเย็นจะเพิ่มขึ้น 0.3 องศาเซลเซียสต่อชั่วโมง ภายใน 10 ชั่วโมง การวางยาสลบจะยุติเมื่อร่างกายมีอุณหภูมิเกิน 35 องศาเซลเซียสและที่อุณหภูมิ 36 องศาเซลเซียส ผ้าห่มจะถูกเก็บออก

Related Post

ภาวะโคม่าโดยตั้งใจคืออะไร?