มาใช้สมองให้เต็มที่ตามพฤติกรรมของคุณกันเถอะ!

มีการวิจัยออกมายืนยันแล้วว่า ในช่วงเวลากลางวัน สมองของมนุษย์ค้างคาวกับสมองของมนุษย์ตื่นเช้าทำงานแตกต่างกัน โดยการสแกนสมองของมนุษย์ค้างคาวที่เข้านอนตอน 02:30 . ตื่นตอน 10:15 . และกลุ่มตัวอย่างที่นอนตื่นเช้า ให้ทำการทดสอบระหว่างช่วงเวลา 08:00-20:00 . ผลปรากฏว่ามนุษย์ค้างคาวมีการเชื่อมโยงในบริเวณสมองส่วนที่เชื่อมต่อกับการรักษาสติสัมปชัญญะต่ำกว่ามนุษย์ตื่นเช้า มีสมาธิไม่ดี แถมมีปฏิกิริยาตอบสนองช้าและง่วงนอนมากขึ้น 

นักวิจัยกล่าวว่า มนุษย์ค้างคาวเสียเปรียบด้านข้อจำกัดในการทำงานช่วงเวลากลางวัน ทำให้มีผลกระทบต่อสุขภาพและความสามารถในการทำงาน เมื่อต้องทำงานหรือเรียนในช่วงเวลาที่่ไม่เหมาะต่อพฤติกรรมของคนนอนดึก

การต่อสู้กับนิสัยดั้งเดิม

นักวิทยาศาสตร์นำกลุ่มตัวอย่างที่ทั้งนอนเช้าและนอนดึกรวม 38 คน มาทำการสแกนสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือ MRI เพื่อทำการตรวจสอบการทำงานของสมอง โดยอาสาสมัครต้องทำงานที่แตกต่างกันไปตั้งแต่เวลา 08:00-20:00 .และคอยรายงานถึงระดับความง่วงที่เกิดขึ้น

ผลพบว่าในการทดสอบช่วงเช้า คนตื่นเช้าจะง่วงนอนน้อยกว่า มีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วกว่าและมีความสามารถในการทำงานในช่วงเวลานี้มากกว่าคนนอนดึก ตรงข้ามกับคนนอนดึกที่รู้สึกไม่ง่วงนอนและมีปฏิกิริยาตอบสนองไวขึ้นในช่วงเวลา 20:00 . แต่ความสามารถด้านอื่นๆ กลับทำได้ไม่ดีกว่าคนที่ตื่นเช้า

นักวิจัยกล่าวว่าสมองในส่วนที่ควบคุมความสามารถในการทำงานและควบคุมความง่วงนอนของคนนอนตื่นเช้าทำงานได้ดีกว่าทุกช่วงเวลา ในขณะที่สมองของคนนอนดึกทำงานไม่สมบูรณ์ตลอดทั้งวัน

ดร.เอลิซ เฟเซอร์ไชลดส์ (Dr.Elise Facer-Childs) นักวิจัยแห่งศูนย์สุขภาพสมอง มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมกล่าวว่าคนนอนดึกอาจต้องปรับตัวไปตลอดชีวิต เพราะต้องตื่นเช้าไปโรงเรียนหรือไปทำงาน ดังนั้นจึงต้องพยายามต่อสู้กับความอยากนอนตามใจตัวเองและนิสัยดั้งเดิมของตัวเองตลอดเวลา การต้องปรับตัวเพื่อไปเรียนหรือไปเข้างานให้ทันตามเวลาที่ไม่เหมาะกับธรรมชาติการนอนของตัวเอง ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความสามารถในการทำงาน

ดร.เอลิซ เฟเซอร์ไชลดส์เพิ่มเติมว่าสำหรับมนุษย์ค้างคาว ช่วงเช้าประสิทธิภาพการทำงานจะลดลง สมองบริเวณที่เชื่อมโยงกับส่วนที่รักษาสติสัมปชัญญะจะทำงานได้ไม่ดี และง่วงนอนมากระหว่างวัน ดังนั้นเราอาจต้องมีการยืดหยุ่นเรื่องช่วงเวลาการทำงานของแต่ละคน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานสูงที่สุด และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดกับสุขภาพให้น้อยที่สุด” 

เขายังเน้นอีกว่าความแตกต่างของการเชื่อมโยงในสมอง ไม่ถือว่าเป็นความเสียหายและอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่การวิจัยยังคงมีข้อจำกัด เพราะการทดสอบไม่ได้ติดตามดูการทำงานของสมองในวันต่อมา และเป็นไปได้ที่อาจมีตัวแปรอื่นที่ไม่ได้หยิบมาทำการวิจัย เช่น การเลือกรูปแบบการใช้ชีวิตซึ่งอาจส่งผลต่อการวิจัยเช่นกัน

ดร.อเล็กซ์ เนสบิตต์ (Dr. Alex Nesbitt ) นักประสาทวิทยาแห่งวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ ลอนดอน ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า การที่สมองจะทำงานได้มีประสิทธิภาพนั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาแล้ว ยังขึ้นอยู่กับนาฬิกาของร่างกายด้วย เขากล่าวว่าตัวแปรนี้ถือว่าสำคัญ เพราะตารางเวลาทำงานประจำคือ 9 โมงเช้า– 5 โมงเย็น ซึ่งเป็นตัวกำหนดรูปแบบการทำงานของสมองได้เช่นกัน” 

 

มนุษย์ค้างคาวกับมนุษย์ตื่นเช้า สมองแล่นต่างกันนะ