ยาแก้แพ้ทำให้การเจริญพันธุ์ของผู้ชายบกพร่องจริงหรือ? - Science Illustrated Thailand

คณะนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันชีววิทยาและการทดลองทางการแพทย์ของอาร์เจนตินา ตีพิมพ์เผยแพร่ผลการวิเคราะห์ข้อมูลลงในวารสาร Reproduction โดยระบุว่าการใช้ยากลุ่มแอนติฮิสตามีน (Antihistamines) หรือยาแก้แพ้ที่นิยมใช้ลดน้ำมูก ผื่นคัน และภูมิแพ้จากสิ่งกระตุ้นต่างๆ ในระยะยาวนั้นอาจส่งผลให้การทำงานของอัณฑะบกพร่อง ทำให้การผลิตฮอร์โมนเพศชายผิดปกติ และเป็นปัญหาต่อการเจริญพันธุ์ของผู้ชายได้

โดยก่อนหน้านั้นได้ทำการวิจัยและทดลองกับสัตว์มาแล้วหลายครั้ง ส่วนใหญ่ผลการทดลองก็ออกมาในลักษณะเดียวกันคือ แอนติฮิสตามีนอาจส่งผลให้สเปิร์มหรือตัวอสุจิมีจำนวนลดลง รวมถึงมีอัตราการตายสูงและทำให้สเปิร์มมีรูปร่างผิดแปลกไปจากมาตรฐาน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการมีบุตรยากนั่นเอง

ทั้งนี้ ผู้นำคณะนักวิจัยยังบอกว่า ฮิสตามีน (Histamine) เป็นโมเลกุลที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอมที่ล่วงล้ำเข้ามา ทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น จาม หรือคัน แต่นอกจากนั้นแล้วฮิสตามีนยังมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับระบบควบคุมวงจรการหลับและตื่น รวมทั้งพฤติกรรมทางเพศและการเจริญพันธุ์อีกด้วย หากใช้ยาแก้แพ้ซึ่งมีผลยับยั้งการทำงานของฮิสตามีนมากเกินไป ก็อาจส่งผลกระทบเรื่องการมีบุตรได้

แต่กระนั้นยังไม่มีการทดลองในมนุษย์เพื่อยืนยันเรื่องผลข้างเคียงของยาแก้แพ้ว่ามีผลต่อการเจริญพันธุ์และสุขภาพทางเพศของผู้ชายโดยตรงหรือไม่ เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่าคุณภาพของตัวอสุจิในหมู่ประชากรเพศชายทั่วโลกลดลงเรื่อยๆ จากหลายสาเหตุ ฉะนั้นเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนจึงต้องทำการวิจัยและทดลองเกี่ยวกับผลข้างเคียงของตัวยาชนิดนี้อีกครั้ง และในอนาคตอาจจะนำไปสู่การคิดค้นยาแก้แพ้ชนิดใหม่ ที่ไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงดังกล่าวขึ้นด้วย

Credit: BBC

Related Post

ยาแก้แพ้ทำให้การเจริญพันธุ์ของผู้ชายบกพร่องจริงหรือ?