อนุภาคของไวรัสต้องต่อสู้กับระบบภูมิคุ้มกันก่อนที่พวกมันจะสามารถแพร่กระจายการติดเชื้อไปจนทั่ว การต่อสู้ภายในร่างกายก่อให้เกิดอาการป่วยต่างๆ

ปราการแรกของการต่อสู้ระหว่างอนุภาคไวรัสก็คือเซลล์ผลิตเมือกของจมูกและคออนุภาคไวรัสจะเข้าไปควบคุมกลไกของเซลล์เหล่านี้เพื่อเพิ่มปริมาณของพวกมันจากนั้นจึงกระจายการติดเชื้อไปยังเซลล์อื่นๆในระบบหายใจต่อไปแต่การติดเชื้อก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่มีการต่อสู้ของร่างกาย

เมื่อไวรัสจู่โจมเซลล์โปรตีนที่อยู่บนผิวเซลล์จะจดจำรูปร่างของอนุภาคแปลกปลอมได้ทันทีโปรตีนเหล่านี้จะส่งสัญญาณไปยังเซลล์ที่มีหน้าที่ส่งสารพิษมากำจัดอนุภาคแปลกปลอม

นอกจากนี้เซลล์ยังจะส่งสัญญาณไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันทีเซลล์ (T-cell) และเซลล์อื่นๆ จะทำหน้าที่ฆ่าเซลล์ที่ติดเชื้อเพื่อไม่ให้ไวรัสกระจายโรคต่อไปได้ โดยถ้าหากว่าร่างกายเคยติดเชื้อจากหวัดประเภทเดียวกันมาก่อนแล้ว ร่างกายก็จะมีแอนติบอดี้ (antibody) ที่สามารถต่อสู้กับไวรัสกลุ่มเดิมๆ นั้นได้ แต่ถ้าหากว่าไวรัสที่จู่โจมเป็นกลุ่มใหม่ ร่างกายก็จะต้องใช้เวลาในการต่อสู้นานกว่า เพราะพวกมันจะต้องผลิตแอนตี้บอดี้ใหม่ออกมาให้จำเพาะกับชนิดของไวรัสที่กำลังจู่โจมอยู่

ระบบป้องกันส่งผลต่อร่างกายให้เกิดอาการป่วยต่างๆอย่างเช่นการมีน้ำมูกอาการไข้และความเจ็บปวดตามร่างกาย

 

อาการทางกายแสดงการต่อสู้

ร่างกายขับไวรัสออกทางเหงื่อ

1 อาวุธอย่างแรกของระบบภูมิคุ้มกันที่ใช้ต่อสู้กับการติดเชื้อก็คือการเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายให้อยู่ที่ 38-39 องศาเซลเซียส อุณหภูมิที่สูงจะชะลอกิจกรรมของไวรัสในร่างกาย

 

ส่งสัญญาณกระตุ้นความเจ็บปวด

2 ระหว่างที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับไวรัส จะมีการหลั่งสารที่เรียกว่าไซโทคีน (cytokine) ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความเจ็บปวดตามข้ออีกด้วย

 

การต่อสู้ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย

3 เมื่อการต่อสู้ของร่างกายต้องใช้พลังงาน คนที่ป่วยจึงต้องการพักผ่อนมากกว่าปกติ

 

เนื้อเยื่อที่อักเสบทำให้เกิดการไอ

4 เมื่อเนื้อเยื่อในปากเกิดการติดเชื้อและอักเสบ ความระคายเคืองทำให้เราต้องไอออกมา

 

น้ำมูกทำความสะอาดระบบหายใจ

5 ต่อมผลิตเมือกของจมูกเริ่มผลิตน้ำมูกออกมาเพื่อกำจัดอนุภาคของไวรัสและปิดกั้นทางเข้าเพิ่มเติมของไวรัส

ระบบภุมิคุ้มกันต่อสู้กับไวรัสหวัดทำให้เราป่วย