โรคอัลไซเมอร์ติดต่อทางเลือดได้จริงหรือ? - Science Illustrated Thailand

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบียของแคนาดา นำโดย ดร. ซ่ง เว่ยหง ค้นพบหลักฐานชิ้นแรกที่ชี้ว่าโรคอัลไซเมอร์อาจติดต่อกันทางการถ่ายเลือด รวมทั้งการปนเปื้อนของเลือดในอุปกรณ์ทางการแพทย์และการผ่าตัดได้ เนื่องจากโปรตีน เบตาแอมีลอยด์ ซึ่งเกิดขึ้นในสมองของผู้ป่วย สามารถหลุดเข้าไปอยู่ในกระแสเลือด และถ่ายทอดไปยังอีกบุคคลหนึ่งได้

ผลการวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสาร Molecular Psychiatry โดยทีมวิจัยได้นำหนูทดลองที่ปกติจะไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ตามธรรมชาติ มาผ่านการตัดต่อพันธุกรรมให้มียีนโรคอัลไซเมอร์ในตัว เมื่อหนูทดลองดังกล่าวเริ่มป่วยเป็นอัลไซเมอร์แล้ว จึงนำมาผ่าตัดเชื่อมต่อระบบหมุนเวียนเลือดเข้ากับหนูอีกตัวที่มีสุขภาพดี จากนั้นไม่นานพบว่ามีการสะสมตัวของเบตาแอมีลอยด์ อยู่ในสมองของหนูทดลองที่ไม่มียีนอัลไซเมอร์

ทั้งนี้ เบตาแอมีลอยด์ เป็นโปรตีนที่พับตัวผิดปกติ และเป็นตัวการทำให้เซลล์สมองโดยเฉพาะในส่วนของการเรียนรู้และความจำเริ่มเสื่อมและตายลงในที่สุด โดยหลังการผ่าตัด 4 เดือน หนูที่สุขภาพดีเริ่มมีเบตาแอมีลอยด์ จับตัวในสมองเพิ่มมากขึ้น และแสดงอาการของโรคอัลไซเมอร์ที่คล้ายคลึงกับในมนุษย์

ก่อนหน้านี้วงการแพทย์ค้นพบว่า อนุภาคขนาดเล็กของโปรตีนที่ทำให้เกิดโรค หรือไพรออน (Prion) สามารถติดต่อผ่านกระแสเลือดหรือผลิตภัณฑ์เนื้อ ทำให้เกิดการติดต่อของโรคทางสมอง เช่น โรค Creutzfeldt-Jakob Disease หรือซีเจดีขึ้นได้ ดังตัวอย่างเมื่อราว 50 ปีก่อน ที่มีการนำฮอร์โมนจากซากศพมาฉีดบำบัดผู้ป่วยที่ขาดโกรทฮอร์โมน ทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคซีเจดีทั้งที่ยังไม่เข้าสู่วัยชรา

แต่ในกรณีของอัลไซเมอร์นั้น ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดถึงการแพร่กระจายตัวของเบตาแอมีลอยด์ ว่าจะทำให้เกิดการติดต่อแบบเดียวกับอนุภาคไพรออนขึ้นได้หรือไม่ จนกระทั่งมีการทดลองครั้งนี้เป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ดีผู้นำทีมวิจัยได้ระบุว่า ผลการทดลองนี้แม้จะยังอยู่ในขั้นต้น แต่ก็พอจะใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนให้แพทย์มีความระมัดระวังในการให้เลือดและการผ่าตัดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการถ่ายทอดโปรตีนไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจทำให้คนไข้เกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ในภายหลัง

Related Post

โรคอัลไซเมอร์ติดต่อทางเลือดได้จริงหรือ?