กินโมจิอย่างไรไม่ให้ติดคอ? - Science Illustrated Thailand

ก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ของทุกปี ทางการญี่ปุ่นจะออกมาประกาศเตือนล่วงหน้าเป็นประจำว่าให้ประชาชนระมัดระวังในการรับประทานโมจิ โดยให้เคี้ยวย้ำหลายๆ ครั้งเป็นเวลานานพอสมควรจนละเอียดดีก่อนแล้วค่อยกลืน เพื่อป้องกันการติดคอและสำลัก

Did You Know? “โมจิ” กับ “ไดฟุกุ” แตกต่างกัน

โมจิ คือก้อนแป้งข้าวเหนียวซึ่งนิยมรับประทานเป็นของกินมงคลในวันขึ้นปีใหม่ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น ทำจากข้าวเหนียวนึ่งสุกแล้วนำมาตำจนแหลกละเอียดและจับตัวเป็นก้อนเหนียวยืด จากนั้นจะนำไปอบหรือต้มเพื่อให้คงรูปเป็นก้อนสีขาวขุ่น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานโดยนำไปใส่ในต้มจืดผัก ต้มถั่วแดงหวาน หรือย่างไฟรับประทานทั้งก้อน ส่วนขนมญี่ปุ่นที่เรียกว่า ไดฟุกุ จะใช้แป้งข้าวเหนียวห่อไส้ต่างๆ เช่น ถั่วแดงบด มีรูปร่างเป็นก้อนกลมขนาดเล็ก แต่คนไทยมักจะเรียกกันว่า โมจิ นั่นเอง

โดยทั่วไปแล้วก้อนโมจิมักจะมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะเคี้ยวได้โดยสะดวก และมีความเหนียวหนึบหนับเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องออกแรงเคี้ยวมากกว่าปกติเมื่อต้องรับประทาน ซึ่งในบางครั้งเด็กหรือผู้สูงอายุไม่สามารถเคี้ยวโมจิให้ละเอียดได้และยังรีบร้อนกลืนลงไป เป็นสาเหตุทำให้เกิดการสำลักติดคอ จนมีผู้เสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจเป็นประจำทุกปี

สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า เมื่อปี 2015 มียอดผู้เสียชีวิตจากเหตุโมจิติดคอสูงสุดถึง 9 ราย และมีผู้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกถึง 128 รายทั่วประเทศ ส่วนในปีนี้ (2018) ผู้ที่สำลักโมจิจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลนั้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุโดยเฉลี่ย 65 ปีขึ้นไป ส่วนผู้เสียชีวิตมี 2 ราย โดยคนหนึ่งอยู่ในวัยราว 50 ปี และอีกคนเป็นผู้สูงอายุในวัยราว 80 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกหลายสิบรายที่มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ทางหน่วยพยาบาลฉุกเฉินของกรุงโตเกียวก็ได้ออกคำแนะนำทางออนไลน์ว่า หากรู้สึกว่าโมจิเหนียวจนเคี้ยวไม่ไหว ให้ตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนแล้วจึงรับประทาน โดยเคี้ยวให้ละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ยังให้คำแนะนำในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่สำลักโมจิ โดยให้ตบแรงๆ ที่แผ่นหลัง พร้อมกับจับคางให้ตั้งขึ้น เพื่อให้ก้อนโมจิที่อุดตันทางเดินหายใจอยู่หลุดออกมา

Credit: BBC

Related Post

กินโมจิอย่างไรไม่ให้ติดคอ?