ทำไมบางคนถึงไม่กล้าสบตาเวลาสนทนากัน? - Science Illustrated Thailand

เคยสงสัยไหมว่า เวลาที่เราพูดคุยกับบางคน ทำไมเขาถึงไม่กล้าสบตาเราตรงๆ แต่กลับเลือกที่จะมองไปทางอื่น มีงานวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการทดสอบกับอาสาสมัครจำนวน 26 คน โดยให้เล่นเกมต่อคำศัพท์ขณะที่เล่นต้องมองหน้าของคนที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ไปด้วย

ผลที่ได้คือการที่ต้องนั่งสบตากับใบหน้าที่หันมามองเรา ทำให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบใช้เวลาในการคิดคำศัพท์นานกว่าการที่ไม่ต้องสบตา นั่นจึงแสดงให้เห็นว่าการมองตากันจะทำให้ยากต่อการคิดคำพูดของเรา โดยเฉพาะกับคำที่เราไม่คุ้นเคย

นักวิจัยได้ออกมาบอกว่า “แม้กระบวนการการพูดและการสบตาจะไม่เกี่ยวกัน แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะไม่สบตาอีกฝ่ายขณะที่พูด และจากการทดสอบนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าสองอย่างนั้นมีการรบกวนซึ่งกันและกันอยู่”

เมื่อปี 2016 ก็ได้มีการวิจัยเกี่ยวกับการสบตาของนักจิตวิทยาชาวอิตาลี โดยการให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบสบตากับคนคนหนึ่งเป็นเวลานานถึง 10 นาที ผลที่ได้ก็คือ ผู้ทดสอบหลายๆ คนถึงกับเห็นภาพหลอนว่าใบหน้าอีกฝ่ายเป็นสัตว์ประหลาด เป็นคนรู้จัก หรือแม้แต่เห็นว่าเป็นใบหน้าของตัวเอง

ผลลัพธ์ของงานวิจัยนั้นเรียกว่า Neural Adaption หมายถึงการที่สมองเกิดการตอบสนองที่เปลี่ยนไปแม้ว่าสิ่งเร้าตรงหน้าจะยังคงเดิม ยกตัวอย่างการวางมือเอาไว้บนโต๊ะ เราจะรู้สึกทันทีในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า เราก็จะลืมความรู้สึกไปว่าเรากำลังเอามือวางไว้บนโต๊ะอยู่

Neural Adaption ก็อาจเป็นสิ่งที่อธิบายให้กับงานวิจัยในมหาวิทยาลัยเกียวโตครั้งนี้ได้ว่าเป็นการตอบสนองที่ผิดเพี้ยนไปของสมองมนุษย์ ถึงอย่างไรนักวิจัยชุดนี้ก็ตั้งใจว่าจะศึกษาเรื่องของการสบตาต่อไป

โดยพวกเขาวางแผนเอาไว้ว่าครั้งต่อไปจะศึกษาในเรื่องของการใช้คำพูดและการใช้ภาษากายหรืออวัจนภาษาว่าการสบตาทำให้เกิดผลที่แตกต่างกันหรือไม่

Related Post

ทำไมบางคนถึงไม่กล้าสบตาเวลาสนทนากัน?