ทำไมบางคนดื่มแอลกอฮอล์แล้วหน้าแดง? - Science Illustrated Thailand

แพทย์จากมหาวิทยาลัยแดเจียนในประเทศเกาหลี ทำการวิจัยเกี่ยวกับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วหน้าแดง พบว่า จะมีโอกาสเป็นโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นสองเท่าถ้าดื่มเกิน 4 แก้วต่ออาทิตย์ ในขณะที่ผู้ที่ไม่มีอาการหน้าแดงจะมีโอกาสเท่ากันถ้าดื่มมากกว่า 8 แก้วต่ออาทิตย์ นอกจากนี้ผู้ที่มีอาการดังกล่าวยังเป็นสัญญานบ่งบอกว่ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารอีกด้วย

ปกติเมื่อเราดื่มแอลกอฮอล์ ตับจะทำหน้าที่กำจัดแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย โดยอาศัยเอนไซม์ที่เปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็นอะเซทาลดีไฮด์ (Acetaldehyde) จากนั้นร่างกายก็จะเอาสารตัวนี้ไปทำปฎิกริยาแล้วขับออกจากร่างกายอีกที หากคนไหนมีสารนี้ในร่างกายเยอะๆ จะทำให้เกิดอาการเมาค้างได้ 

สำหรับคนเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี จะมีปัญหาที่ยีนส์ ALDH2 ซึ่งเป็นยีนส์บกพร่องชนิดหนึ่งที่ทำให้การกำจัดอะเซทาลดีไฮด์ทำงานได้น้อยลง ส่งผลให้ใครที่มียีนส์ตัวนี้มาก แค่ดื่มเหล้าเข้าไปแป๊บเดียว หน้าและลำตัวก็จะแดงทันที ซึ่งพิษของเอนไซม์ชนิดนี้ก็พอๆ กับ ฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde) หรือยาดองศพเลยทีเดียว

ฉะนั้นการที่อะเซทาลดีไฮด์สะสมในร่างกายบ่อยๆ เพราะกระบวนการกำจัดไม่ดี จะทำให้คนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งสูงกว่าคนอื่นเยอะมาก มีตัวเลขระบุว่า จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลอดอาหารสูงกว่าคนทั่วไป 6-10 เท่า และถ้าคนกลุ่มนี้ดื่มเหล้าประจำสม่ำเสมอ และจะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหลอดอาหารสูงกว่าคนทั่วไปราว 90 เท่า

ด้านสถาบันการเสพติดแอลกอฮอล์และแอลกอฮอลิซึมแห่งชาติสหรัฐอเมริกาเผยว่า คนที่มีอาการหน้าแดง (flushing) เวลาดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ หรือบางคนที่มีอาการคลื่นไส้ ใจสั่น ใจเต้นแรงร่วมด้วย อาการดังกล่าวเป็นผลจากลักษณะพันธุกรรมของการขาดเอนไซม์หรือน้ำย่อยที่ใช้ในการทำลายแอลกอฮอล์นั่นเอง

ลักษณะทางพันธุกรรมหรือยีนบกพร่องชนิดนี้ (ALDH2 deficient) เป็นยีนคู่ คนที่ขาดไป 1 ยีน หรือที่เรียกว่า trait คือ มีลักษณะเฉพาะแฝง พันธุกรรมแฝง หรือยีนแฝง พบมากถึง 1 ใน 3 ของคนที่มีเชื้อสายเอเชียตะวันออก คนที่มีลักษณะพันธุกรรมแฝงชนิดนี้จะมียีนบกพร่องครึ่งหนึ่ง ถ้าดื่มเบียร์แบบจืดจางครึ่งกระป๋องก็มากพอที่จะทำให้หน้าแดงได้แล้ว

อย่างไรก็ดี ในคนที่มียีนบกพร่องทั้ง 2 ยีน หรือไม่มีเอนไซม์นี้เลยก็จะติดเหล้าได้ยากมากๆ สาเหตุเนื่องจากทนพิษอะเซทาลดีไฮด์ไม่ไหว อาจทำให้เป็นลม ปวดหัว เมาค้าง ฯลฯ แบบรุนแรงหรือเป็นทันทีที่ดื่มเข้าไป

ในทางกลับกันคนที่มียีนบกพร่องแฝงอยู่ครึ่งหนึ่ง คือมียีนดีอยู่ครึ่งหนึ่ง คนกลุ่มนี้จะทำลายพิษแอลกอฮอล์ได้ แต่ทำลายได้ช้ากว่าคนทั่วไป สารพิษที่คั่งค้างอยู่จึงทำให้หน้าแดงเวลาดื่ม แม้ว่าร่างกายจะยังพอทนไหวก็ตาม และที่สำคัญทำให้ร่างกายได้รับสารพิษในระดับสูงกว่าคนอื่นอีกด้วย

ปัจจุบันมีนักดื่มอายุน้อยบางคนใช้ยาแก้แพ้ช่วยลดอาการหน้าแดงในระหว่างการดื่ม เพื่อให้ดื่มได้มากขึ้น การกระทำเช่นนี้แม้จะช่วยกลบเกลื่อนอาการหน้าแดงได้ชั่วคราว แต่จะทำให้เสี่ยงมะเร็งเพิ่มขึ้นในระยะยาว

Related Post

ทำไมบางคนดื่มแอลกอฮอล์แล้วหน้าแดง?