ลูกโป่งแต่ละลูกจะพองโตสวยงามได้ต้องอาศัยการบรรจุแก๊สเข้าไป โดยทั่วไปก็จะใช้การเป่าพ่นเอาอากาศจากปาก แต่นั้นไม่สามารถทำให้ลูกโป่งลอยได้ เพราะสิ่งต่างๆ ที่ออกมาจากลมหายใจของเรานั้น ล้วนมีน้ำหนักมากกว่าอากาศทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน ไนโตรเจน ไอน้ำ และน้ำลาย เป็นต้น พอลูกโป่งหนักกว่าอากาศจึงถูกแรงโน้มถ่วงดึงลงสู่ที่ต่ำ ต่างจากลูกโป่งสวรรค์ตามงานวัดที่ลอยได้ ซึ่งถ้าเผลอปล่อยให้หลุดมือเมื่อไหร่ จะลอยหายวับไปกับตาทันที

ลูกโป่งสวรรค์ลอยได้อย่างไร?
ลูกโป่งสวรรค์ข้างในจะถูกบรรจุด้วยแก๊สที่มีน้ำหนักเบากว่าอากาศภายนอก ได้แก่ แก๊สไฮโดรเจน หรือแก๊สฮีเลียม ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าอากาศและทำให้ลูกโป่งสามารถลอยขึ้นบนอากาศได้ แม้แก๊สทั้ง 2 ชนิดนี้จะมีคุณสมบัติที่คล้ายกัน คือเบากว่าอากาศ แต่ยังมีคุณสมบัติด้านอื่นๆ ที่แตกต่างกันและต้องให้ความสำคัญอย่างมากก่อนนำมาใช้ทำลูกโป่งสวรรค์

เพราะแก๊สไฮโดรเจนเป็นแก๊สไวไฟ คือเมื่อมีการจุดไฟ หรือมีประกายไฟ แก๊สจะสามารถลุกติดไฟ และสามารถขยายออกให้เป็นลูกไฟหรืออาจลุกติดไฟลามต่อไปได้ หากลูกโป่งลูกเดียวระเบิดหรือติดประกายไฟคงมีอันตรายไม่มากนัก แต่ถ้าลูกโป่งอยู่ติดกันเป็นจำนวนมากหรือติดกันเป็นพวง แล้วเกิดประกายไฟขึ้น จะทำให้ไฟลุกลามเป็นวงกว้าง จนกระทั่งเกิดเป็นอันตรายได้อย่างที่เคยเห็นจากข่าวในหลายๆ ข่าวที่ผ่านมา

ส่วนแก๊สฮีเลียมนั้นมีคุณสมบัติเบากว่าอากาศจึงทำให้ลูกโป่งลอยได้เช่นเดียวกัน แต่แตกต่างกันตรงที่แก๊สชนิดนี้ไม่เป็นอันตรายหากอยู่ใกล้กับประกายไฟ เพราะไม่ไวไฟและเฉื่อยต่อการเกิดปฏิกิริยาอย่างมาก แต่มีข้อเสียคือ มีราคาที่สูงกว่า ดังนั้นเวลาจะใช้ลูกโป่งสวรรค์ นอกจากจะต้องคำนึงถึงการใช้งานแล้ว สิ่งสำคัญคือควรคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยด้วย โดยเฉพาะในงานกิจกรรมที่มีคนร่วมงานจำนวนมาก ควรใช้แก๊สฮีเลียมเป็นหลักโดยเฉพาะลูกโป่งที่รวบเป็นพวงใหญ่ไว้ด้วยกัน เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัยและช่วยลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นนั่นเอง

Related Post

ทำไมลูกโป่งถึงลอยได้?