ปอดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกวิวัฒนาการมาจากทางเดินอาหารที่แยกออกมา ดังนั้น เราจึงมีหลอดลมกับหลอดอาหารที่ใกล้กันจนแทบจะเป็นท่อเดียวกัน ตำแหน่งที่ใกล้กันเช่นนี้นำไปสู่ความเสี่ยงที่อาหารจะไหลลงไปผิดช่องและอุดทางเดินหายใจ วิวัฒนาการจึงสร้างอวัยวะและกลไกอัตโนมัติขึ้นมาปิดความเสี่ยง นั่นคือฝาปิดกล่องเสียง (epiglottis) เมื่อเรากลืนอาหารลงคอ ฝาปิดกล่องเสียงจะพับลงมาปิดหลอดลมเอาไว้จนกว่าอาหารจะผ่านลงไปยังหลอดอาหารเรียบร้อย

อย่างไรก็ตาม ฝาปิดกล่องเสียงอาจทำงานผิดพลาดได้ในบางครั้ง ปล่อยให้อาหารไหลลงไปในหลอดลม หากโชคร้าย เจออาหารชิ้นใหญ่จนไม่สามารถสำลักออกมาได้ เราก็จะขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตในที่สุด

แต่การที่หลอดอาหารอยู่ใกล้หลอดลมก็มีข้อดีบ้างเช่นกัน โพรงขนาดใหญ่ที่เป็นโพรงเปิดร่วมของช่องจมูกและปากมีความจำเป็นในการช่วยเติมความอบอุ่นและความชื้นให้กับอากาศก่อนที่จะไหลลงสู่ปอด อากาศที่มีอุณหภูมิเหมาะสม ทำให้การแลกเปลี่ยนก๊าซมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การที่เราพ่นอากาศออกทางปากได้ยังมีประโยชน์อีกหลายอย่าง ได้แก่ การหอบช่วยขับความร้อนออกจากร่างกายที่ร้อนเกินไป และการทำเสียงในการสื่อสาร เมื่ออากาศถูกบีบออกมาจากหลอดลมผ่านโพรงจมูกและอวัยวะในช่องปาก อากาศที่ถูกรีดเค้นผ่านช่องแคบๆ จะสั่นทำให้เกิดเป็นเสียงในย่านความถี่ต่างๆ เช่น เสียงร้องจี๊ดๆ ของหนู, เสียงคำรามของสิงโต รวมถึงเสียงพูดอันสลับซับซ้อนของมนุษย์ด้วย

ฝาปิดเล็กๆ ช่วยป้องกันไม่ให้อาหารไหลเข้าหลอดลม

แม้แต่เศษอาหารชิ้นเล็กๆ ก็เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หากมันตกเข้าไปอุดหลอดลม จนเราหายใจไม่ได้ โชคดีที่ร่างกายของเรามีกลไกที่คอยป้องกันไม่ให้อาหารหลุดเข้าไปในหลอดลม

การที่อาหารไม่สามารถหลุดเข้าไปในหลอดลมได้ เพราะร่างกายมีกลไกที่คอยป้องกันดังนี้

1.เมื่อเราหายใจ กล้ามเนื้อปิดหลอดอาหารที่อยู่ด้านบนของหลอดอาหารจะหดตัว ดึงให้ฝาปิดกล่องเสียงยกเปิด อากาศจึงไหลผ่านกล่องเสียงเข้าหลอดลม และผ่านลงไปถึงปอด

2.เมื่อเรากลืนอาหาร ปฏิกิริยารีเฟล็กซ์จะทำงานทันที ทำให้ฝาปิดกล่องเสียงเลื่อนลงมาปิดช่องหลอดลม อาหารจึงไม่สามารถไหลเข้าไปในหลอดลมได้ กล้ามเนื้อปิดหลอดอาหารจะคลายตัว ทำให้อาหารสามารถไหลลงไปในหลอดอาหารได้ จากนั้นกล้ามเนื้อปิดหลอดอาหารจะหดตัวอีกครั้ง และฝาปิดกล่องเสียงก็จะยกเปิดขึ้น ทำให้เราหายใจได้ต่อเนื่อง

Related Post

ทำไมหลอดอาหารกับหลอดลมต้องอยู่ใกล้กัน ?