ตอนช่วงพลบค่ำย่ำสนธยาที่ดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปนานสักพักแล้ว บางครั้งเราจะเห็นเมฆที่เส้นขอบฟ้าส่องแสงเรืองๆ ออกมา การเรืองแสงของเมฆนี้มีสาเหตุมาจากอะไร?

เมฆที่เรืองแสงในยามพลบค่ำมีชื่อเรียกว่า เมฆทีปราตรี (noctilucent cloud) มันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับเมฆที่ลอยอยู่สูง ในชั้นบรรยากาศมีโซสเฟียร์ (mesosphere) ซึ่งสูงจากพื้นโลกประมาณ 83 กิโลเมตร หรือเกือบจะแตะชั้นอวกาศอยู่แล้ว แม้ว่าผู้สังเกตบนพื้นโลกจะเห็นดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่เมฆในชั้นมีโซสเฟียร์ยังคงโดน แสงอาทิตย์สาดส่องถึงอยู่ เมื่อแสงอาทิตย์ ตกกระทบอนุภาคผลึกน้ำแข็งในก้อนเมฆ แสงก็จะสะท้อนเข้าสู่สายตาของผู้สังเกต ทำให้ผู้สังเกตเห็นเมฆเรืองแสงขึ้นมา ส่วนเมฆก้อนอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ลอยอยู่ที่ระดับความสูงไม่เกิน 13 กิโลเมตร จะไม่เกิดปรากฏการณ์เรืองแสงยามพลบค่ำ

ในช่วง 2-3 ปี หลังจากเหตุการณ์ระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟกรากะตัว ในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปี 1883 มีการพบเห็นเมฆทีปราตรีเด่นชัดบนท้องฟ้าอย่างที่ ไม่เคยปรากฏมาก่อนจากหลายเมืองทั่วโลก เช่น กรุงลอนดอน ตอนแรกนักวิทยาศาสตร์คาดเดาว่ามันเป็นผลกระทบจากฝุ่นและเถ้าภูเขาไฟปริมาณหลายพันล้านตันที่พ่นขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ทว่า ผ่านมาอีกหลายปี ปรากฏการณ์เมฆ ทีปราตรีก็ยังไม่ลดลง หนำซ้ำยังพบเห็นเพิ่มขึ้นอีกด้วย และต่อมาเมื่อมีการศึกษาเพิ่มเติมด้วยการยิงจรวดและดาวเทียมขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ นักวิทยาศาสตร์ก็สรุปได้ว่า ปรากฏการณ์การ เพิ่มขึ้นของเมฆทีปราตรีทั่วโลกเกิดจากไอน้ำที่ ภูเขาไฟกรากะตัวพ่นขึ้นไป บวกกับการลดลงของ อุณหภูมิของชั้นบรรยากาศ ทำให้ชั้นมีโซสเฟียร์มีผลึกน้ำแข็งก่อตัวมากขึ้น

ปรากฏการณ์เมฆทีปราตรีจึงเพิ่มขึ้นทั่วโลก เมื่อปี 2007 นักวิทยาศาสตร์สหรัฐอเมริกาได้ส่งดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาขึ้นไปสำรวจน้ำแข็งบนชั้นบรรยากาศโดยเฉพาะ ผลการสำรวจยืนยันว่า การเกิดเมฆทีปราตรีสัมพันธ์กับ ปริมาณอนุภาคผลึกน้ำแข็งบนชั้นบรรยากาศจริงๆ หลายคนเชื่อว่าตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมใน ทศวรรษ 1800 ปรากฏการณ์เมฆทีปราตรีก็ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งขึ้น เนื่องจากบรรยากาศมีก๊าซมีเทนเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ อุกกาบาตขนาดเล็กก็มีส่วนในการเกิดเมฆทีปราตรีด้วย เพราะการเสียดสีระหว่างอุกกาบาตกับอากาศทำให้เกิดฝุ่นผงขนาดเล็ก ซึ่งจะเป็นแกนให้หยดน้ำมาจับตัวเกิดเป็นผลึกน้ำแข็งขึ้น

Related Post

ทำไมเมฆจึงเรืองแสงตอนพลบค่ำ