รู้ยัง? ผึ้งบัมเบิลบี ถูกยกให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์แล้วนะ! - Science Illustrated Thailand

สำนักงานประมงและสัตว์ป่าแห่งสหรัฐอเมริกา (FWS) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนผึ้งสายพันธ์ุ “บัมเบิลบี” (Bumble bee) หรือผึ้งหึ่ง เจ้าผึ้งตัวอ้วนขนฟูฟ่องท้องลายสีขาวหรือสีดำสลับเหลืองให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ครั้งแรก หลังพบว่าการเปลี่ยนเเปลงทางสภาพภูมิอากาศ การใช้ยาฆ่าเเมลงเเละโรคต่างๆ ส่งผลทำให้ประชากรผึ้งสายพันธุ์นี้มีจำนวนลดลงอย่างรวดเร็วในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา โดยมีจำนวนลดลงถึงร้อยละ 90 จากเดิมเมื่อช่วงทศวรรษที่ 1990 สามารถพบเห็นได้ทั่วไปใน 28 รัฐทั่วประเทศ เเต่ปัจจุบันกลับเหลือเพียง 13 รัฐเเละยังพบเห็นได้ยากขึ้น

ด้านผู้อำนวยการสำนักงานประมงและสัตว์ป่าแห่งสหรัฐฯ ประจำภูมิภาคมิดเวสต์กล่าวว่า เรามีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันการสูญพันธ์ุของผึ้งชนิดนี้อย่างเร่งด่วน โดยการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เพราะจะช่วยทำให้เกิดความร่วมมือและสามารถหาแนวทางหยุดยั้งได้อย่างตรงจุด

สำหรับสาเหตุการลดลงของประชากรผึ้งบัมเบิลบีในสหรัฐฯ เกิดจากหลายปัจจัย ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย โรคและปรสิต การใช้ยาฆ่าแมลงของเกษตรกร เช่น นีโอนิโคตินอยด์ (Neonicotinoids) ที่ออกฤทธิ์ต่อประสาทของผึ้ง สารตัวนี้จะสะสมในพืช เมื่อผึ้งได้รับเข้าไป มันจะอ่อนแรงบินกลับเอาอาหารไปให้ตัวอ่อนและผึ้งนางพญาไม่ได้ จากนั้นก็จะตาย จึงส่งผลกระทบต่อวงจรชีวิตของผึ้งและห่วงโซ่อาหาร เพราะมันเป็นพาหะถ่ายเรณูที่สำคัญต่อการผสมเกสรดอกไม้และพืชผัก

ทั้งนี้ ผึ้งบัมเบิลบีมีความสำคัญต่อการผสมเกสรพืชชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพืชที่เป็นแหล่งอาหารของมนุษย์ รวมไปถึงพืชและดอกไม้ป่า โดยการผสมเกสรด้วยแมลงนั้นถือเป็นกุญแจสำคัญของการผลิตอาหารและเครื่องดื่มราว 1 ใน 3 ที่มนุษย์บริโภคอยู่ในทุกวันนี้

อย่างไรก็ดีทีมนักวิจัยจากยุโรปและอเมริกาเหนือเผยว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเป็นภัยต่อการอยู่รอดของผึ้งบัมเบิลบีเนื่องจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้แหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพวกมันลดลงเป็นอย่างมาก

นักวิจัยอธิบายเพิ่มเติมว่า ตามปกติแล้วสัตว์หลายชนิดซึ่งรวมถึงผีเสื้อจะตอบสนองต่อสภาพภูมิอากาศที่ร้อนขึ้นด้วยการอพยพ โดยมุ่งหน้าไปทางขั้วโลกเหนือ หรือไปยังเขตที่มีภูมิประเทศอยู่ในที่สูง แต่การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสังเกตผึ้งบัมเบิลบี 67 สายพันธุ์ที่มีการบันทึกไว้กว่า 420,000 ชิ้นระหว่างปี 2444-2553 พบว่าผึ้งบัมเบิลบีกลับตอบสนองต่อสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นด้วยการอพยพออกจากพื้นที่ตอนใต้ของแหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมันในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ แต่ขณะเดียวกันกลับไม่ยอมย้ายถิ่นขึ้นไปทางเหนือ เพราะไม่สามารถผลิตประชากรรุ่นใหม่ขึ้นได้รวดเร็วเพียงพอในระหว่างการย้ายถิ่น ส่งผลให้แหล่งที่อยู่อาศัยของพวกมันมีขนาดเล็กลง

นอกจากนี้งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวยังบ่งชี้ว่าปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ส่งผลกระทบต่อผึ้งบัมเบิลบีเป็นวงกว้างและรุนแรงกว่ายาฆ่าแมลงหรือการเปลี่ยนแปลงในการใช้ที่ดินของมนุษย์ซะอีก ฉะนั้นเพื่อรับประกันความอยู่รอดของสัตว์ชนิดนี้มนุษย์อาจจะต้องยื่นมือเข้าไปช่วยให้พวกมันอพยพไปอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิเย็นกว่า

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนไม่เชื่อว่าการที่มนุษย์เข้าไปแทรกแซงนั้นเป็นแผนการที่ดีที่สุด พร้อมชี้ว่าผึ้งบัมเบิลบีแต่ละสายพันธุ์ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นไม่เหมือนกัน โดย ดร.นาตาลี เพทโทเรลลี จากสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน กล่าวว่าความแตกต่างระหว่างผึ้งบัมเบิลบีสายพันธุ์ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาในการวางแผนอพยพของสัตว์ชนิดนี้ เพราะบางแผนการอาจจะไม่เหมาะสำหรับผึ้งบัมเบิลบีทุกสายพันธุ์

Related Post

รู้ยัง? ผึ้งบัมเบิลบี ถูกยกให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์แล้วนะ!