วันที่ 1 กันยายน 1859 ดวงอาทิตย์ยิงพายุสุริยะลูกโหดที่สุดตลอดกาลมายังโลก ด้วยพลังเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ 1 หมื่นล้านลูกชาวโลกผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่รับรู้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่นี้ในแสงเหนืออันเจิดจ้าและประกายไฟในอุปกรณ์โทรเลข

เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1859 ดวงอาทิตย์ปรากฏตัวเป็นส้มสุกบนท้องฟ้า ขณะที่ริชาร์ด คาร์ริงตัน เข้าไปในหอดูดาวส่วนตัวของเขาที่ด้านนอก บ้านชนบทอาบด้วยแสงแดดยามสายดูสวยงาม ชายอังกฤษวัย 33 ปี รู้สึกดีใจที่ได้หลีกหนีจากความวุ่นวายอึกทึกของกรุงลอนดอน วันนี้เป็นวันดีสำหรับการปัดฝุ่นกล้องโทรทรรศน์และส่องดูดวงอาทิตย์ซึ่งดึงดูดเขามาแต่ไหนแต่ไร คาร์ริงตันเปิดหลังคาแล้วปรับระยะความชัดเจนของกล้องโทรทรรศน์ไปยังดาวอันร้อนแรง ตอนแรกไม่มีอะไรผิดสังเกต แต่หลังจากนั้นไม่กี่นาทีนักดาราศาสตร์สมัครเล่นอย่างคาร์ริงตันก็ต้องตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น จุดรูปเม็ดถั่วจำนวนหนึ่งปะทุอย่างรุนแรงไล่เรียงต่อเนื่องกัน เขารีบคว้าสมุดมาร่างภาพปรากฏการณ์มหัศจรรย์อย่างลุกลี้ลุกลน

ระเบิดหมื่นล้านลูก

ขณะนั้นเขาไม่มีทางรู้เลยว่าเขาเป็นบุคคลแรกที่ได้เห็นพายุสุริยะที่รุนแรงที่สุดตลอดกาล แต่อีก 17 ชั่วโมง ต่อมาในคืนวันที่ 2 กันยายน 1859 ทั้งโลกก็รับรู้ถึงการปะทุบนดวงอาทิตย์ครั้งนี้เช่นกัน แก๊สร้อนแรงปริมาณมหาศาลปะทุจากบรรยากาศดวงอาทิตย์ในปรากฏการณ์ การพ่นมวลคอโรนาซึ่งมีพลังงานเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ระเบิดพร้อมกัน 1 หมื่นล้านลูก เมฆแก๊สร้อนนั้นเมื่อพุ่งมาถึงสนามแม่เหล็กโลก ก่อให้เกิดพายุแม่เหล็กที่ทำให้เกิดแสงสีในราตรีอันมืดมิด 2 ใน 3 ส่วนของโลกถูกอาบด้วยแสงเหนือ สีแดง เขียว และม่วง ซึ่งเห็นได้จากที่ไกลไปทางใต้ถึงเกาะคิวบาและฮาวาย สว่างจนหลายแห่งนกเริ่มส่งเสียง ในเทือกเขาร็อกกีคนขุดทองกลุ่มหนึ่งตื่นขึ้นมาทำงานเพราะคิดว่าเช้าแล้ว ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้คนสับสนถึงกับตื่นขึ้นอ่านหนังสือพิมพ์ของเช้าในแสงเหนือ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ตื่นเต้นกับปรากฏการณ์พิเศษหาได้ยากเช่นนี้

วันสิ้นโลก

ระบบโทรเลขทุกหนแห่งในยุโรปและสหรัฐฯเริ่มใช้ไม่ได้ เนื่องจากพายุแม่เหล็กที่โหมกระหน่ำโลก ประกายไฟพุ่งออกจากอุปกรณ์โทรเลขไปติดกระดาษจนลุกไหม้ และมีหลายกรณีที่พนักงานโทรเลขถูกไฟดูด ปรากฏการณ์แม่เหล็กที่เกิดจากพายุสุริยะ ทำให้หลายพื้นที่ในโลกต้องพบกับฉากมิคสัญญีราวกับวันสิ้นโลก เมื่อท้องฟ้าและมหาสมุทรกลายเป็นสีแดงและคลื่นยักษ์สูงหลายเมตรโถมเข้าใส่ชายฝั่งจนทำให้เรือแพปั่นป่วน คนเคร่งศาสนาไม่สงสัยเลยว่าวันสิ้นโลกได้มาถึงแล้วโชคดีที่ความจริงไม่เลวร้ายขนาดนั้น ไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากริชาร์ด คาร์ริงตัน สังเกตเห็นจุดขาวผ่านเลนส์ในกล้องโทรทรรศน์ของเขา พายุสุริยะก็สงบลง โลกกลับเป็นปกติเหตุการณ์คราวนั้นถูกเรียกว่าเหตุการณ์คาร์ริงตัน (Carringtonevent) และการปะทุครั้งนั้นยังรักษาสถิติความรุนแรงที่สุดมาจนทุกวันนี้ นักวิทยาศาสตร์ปัจจุบันสามารถทำนายการเกิดพายุสุริยะได้ 2-3 วันล่วงหน้า ด้วยการสังเกตสนามแม่เหล็กภายในดวงอาทิตย์ หน่วยงานเช่น ศูนย์ข้อมูลจะป้องกันตัวสำหรับเวลาพบพายุใหญ่จากดวงอาทิตย์ด้วยวิธีต่างๆ อันซับซ้อน โดยใช้โลหะหลายชั้นเป็นเครื่องกำบังแรงแม่เหล็กถ้าพายุสุริยะขนาดใหญ่พุ่งชนโลกในวันนี้ จะเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อเครือข่ายไฟฟ้าอันทันสมัยของเรา เพราะการซ่อมแซมจะกินเวลาหลายปี

Related Post

พายุสุริยะหยุดโลก!