ระหว่างทรายกับเถ้าภูเขาไฟ อะไรสร้างปัญหากับเครื่องบินมากกว่ากัน? - Science Illustrated Thailand

พายุทรายในทะเลทรายสะฮารา หรือทะเลทรายอื่นๆ สร้างปัญหาให้แก่การจราจรทางอากาศได้ เนื่องจากเม็ดทรายอาจจะเข้าไปสร้างความเสียหายภายในเครื่องยนต์และหน้าต่างเครื่องบิน แต่เถ้าภูเขาไฟนั้นอันตรายมากกว่าทรายมาก เนื่องจากอนุภาคเถ้ามีขนาดเล็กและแหลมคม มันจึงบาดทำลายเครื่องยนต์ได้เร็วกว่า

อนุภาคเถ้าภูเขาไฟ บาดทำลายเครื่องยนต์ อนุภาคทรายส่วนใหญ่จะเป็นเม็ดกลมและมีผิวเรียบมน ต่างจากอนุภาคเถ้าภูเขาไฟที่มักจะมีเหลี่ยมแหลมคม ดังนั้นเถ้าภูเขาไฟจึงทำลายเครื่องยนต์ได้เร็วกว่าทราย นอกจากนี้ในเถ้าภูเขาไฟ อาจจะมีอนุภาคแก้วภูเขาไฟที่สึกกร่อนเครื่องยนต์ได้รวดเร็วอีกด้วย

1.อนุภาคเถ้าภูเขาไฟที่แหลมคม

เถ้าหลอมเหลวเกาะกรังเครื่องยนต์ อนุภาคส่วนใหญ่ในเถ้าภูเขาไฟ มีจุดหลอมเหลวที่ประมาณ 800 องศาเซลเซียส ขณะที่ทรายมีจุดหลอมเหลว 1,600 องศาเซลเซียส ดังนั้นเถ้าภูเขาไฟจึงมีโอกาสหลอมเหลวและเกาะติดชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้มากกว่าทราย

2.เครื่องยนต์ที่ถูกเถ้าภูเขาไฟบาดทำลาย

ความสูงเป็นอีกเหตุผลของปัญหาเถ้าภูเขาไฟ การปะทุของภูเขาไฟสามารถทำให้เถ้าขึ้นสู่อากาศสูง 10-15 กิโลเมตร ซึ่งเป็นความสูงระดับการบินของเครื่องบินทั่วไป ส่วนพายุทรายนั้นหอบเม็ดทรายขึ้นไปได้สูงแค่ประมาณ 5 กิโลเมตร ทรายจึงเป็นปัญหาแค่ขณะวิ่งขึ้นและร่อนลงจอดของเครื่องบินเท่านั้น

Related Post

ระหว่างทรายกับเถ้าภูเขาไฟ อะไรสร้างปัญหากับเครื่องบินมากกว่ากัน?