รู้ไว้ไม่เสียหาย…เตรียมความพร้อมก่อนเข้า “ถ้ำ” - Science Illustrated Thailand

จากสถานการณ์ที่ประชาชนชาวไทยเอาใจช่วยและส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า” และโค้ชที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน และพบตัวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา รวมทั้งหมด วัน ถึงแม้ว่าทุกคนจะอยู่ในสภาพที่ซูบผอมและอ่อนล้าเนื่องจากอดอาหารเป็นเวลานาน แต่ก็ยังมีแรงพอจะลุกเดินได้ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

สาเหตุก็คือ ทุกคนรู้วิธีเอาตัวรอดในถ้ำซึ่งได้รับคำแนะนำจากโค้ชว่าให้นอนนิ่งๆ เพื่อรักษาพลังงานหรือนั่งสมาธิ เพื่อไม่ให้รู้สึกหิว และให้ดื่มน้ำจากน้ำที่หยดลงมาจากเพดานถ้ำนั่นเอง

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์คนติดถ้ำไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทยครั้งนี้แค่ครั้งแรก แต่มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง โดยส่วนมากผู้ประสบภัยก็มักจะรอดชีวิตออกมาได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อต้นปีที่ผ่านมามีชาย 8 คนอายุระหว่าง 25-55 ปี เข้าไปในถ้ำ Hoelloch หุบเขา Muotathal ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ พวกเขาก็ไม่สามารถออกมาได้ เนื่องจากฝนตกหนักจนทำให้น้ำไหลทะลักเข้ามาในถ้ำ พวกเขารอความช่วยเหลือโดยอาศัยอยู่ในจุดที่เหนือน้ำขึ้นมา เมื่อทีมกู้ภัยมาถึง ณ ตอนนั้นฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจึงทำได้เพียงรอให้น้ำลดเพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่โชคดีที่เหล่าผู้ประสบภัยมีอาหารเพียงพอจึงทำให้ไม่ทรมานจากความหิว มีแต่เพียงความหนาวสั่นจากการเปียกฝนเท่านั้น พวกเขาใช้ชีวิตในถ้ำนานถึง วันก่อนได้รับการช่วยเหลือให้ออกมา

และหากจะนึกถึงอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ย้อนไปเมื่อ ปีที่แล้วในปี 2557 มีชายชาวเยอรมัน วัย 52 ปี ติดอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งเป็นถ้ำที่ลึกที่สุดในประเทศเยอรมนีถึง 12 วัน โดยที่เขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจากการผลัดตกจากหินระหว่างที่สำรวจถ้ำ เขาได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยประมาณ 60 คนที่ต้องลงไปในถ้ำ เพื่อช่วยเหลือและคอยส่งเปลที่มีร่างของเขาขึ้นมาอย่างช้าๆ เพราะในระหว่างทางมีอุปสรรคมากมาย จนกระทั่งถึงจุดความลึกระดับหนึ่งเจ้าหน้าที่ได้ผูกเชือกไว้กับเปลของผู้ประสบภัยและช่วยกันดึงขึ้นมาให้พ้นปากถ้ำ จากนั้นนำตัวผู้ประสบภัยขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อไป

จากเหตุการณ์ที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าการช่วยคนติดถ้ำนั้นมีหลากหลายวิธี อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทีมหมูป่า วิธีการช่วยเหลือก็คือ เร่งสูบน้ำภายในถ้ำออกเพื่อให้ระดับน้ำลดลง จากนั้นส่งนักดำน้ำเข้าไปรับตัวเด็กๆ และโค้ชออกมาโดยวิธีการดำน้ำเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่ามีความเสี่ยงมาก เพราะเส้นทางค่อนข้างเป็นอุปสรรค มีทั้งทางลอดขนาดเล็กและความขุ่นมัวของน้ำ แต่ก็เป็นวิธีที่สามารถช่วยเหลือทุกคนได้อย่างรวดเร็วภายใต้ข้อจำกัดของเวลาที่มีอันน้อยนิด

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่สามารถช่วยเหลือคนติดถ้ำก็คือ การตุนเสบียงอาหาร วิธีนี้อาจจะไม่ใช่วิธีที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้ แต่เป็นความโชคดีของผู้ประสบภัยที่เตรียมอาหารเข้าไปในจำนวนที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตภายในถ้ำ โดยเจ้าหน้าที่จะพยายามช่วยคลี่คลายสถานการณ์และเตรียมสภาพภายนอกให้พร้อมต่อการช่วยเหลือออกมา แต่ถ้าผู้ประสบภัยอยู่ในถ้ำที่มีลักษณะเป็นปากปล่อง เจ้าหน้าที่ก็สามารถช่วยเหลือได้โดยใช้เปลหามซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้เชือกผูกไว้กับเปลและดึงขึ้นมา จากนั้นก็จะส่งต่อให้เฮลิคอปเตอร์ส่งตัวผู้ประสบภัยไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล

และอีกหนึ่งวิธีล่าสุดที่คิดค้นขึ้นโดย อีลอน มัสก์ ซีอีโอบริษัทสเปซเอ็กซ์ นั่นก็คือ ใช้ยานดำน้ำขนาดเล็กมีลักษณะคล้ายแคปซูลซึ่งทำจากอุปกรณ์ชนิดเดียวกับที่ทำท่อส่งออกซิเจนเหลวของจรวด Falcon เพราะฉะนั้นจึงมีความแข็งแรงมาก โดยแคปซูลนี้มีน้ำหนักที่เบาและมีขนาดเล็กพอที่จะลอดผ่านทางที่แคบได้ สามารถบรรจุคนได้หนึ่งคน โดยวิธีที่นำออกจากถ้ำคือ ให้นักดำน้ำ คนคอยจับและพาแคปซูลนี้ออกมา

ถึงแม้ว่าจะมีวิธีช่วยเหลือคนติดถ้ำได้หลายวิธี แต่ตราบใดที่คุณย่างเท้าเข้าไปในถ้ำ นั่นก็เท่ากับว่าคุณได้เข้าสู่พื้นที่เสี่ยงและอันตรายแล้ว ฉะนั้นหากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมการสำรวจถ้ำหรือท่องเที่ยวในถ้ำ และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้ขึ้น สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ควรทำให้สภาพร่างกายของตัวเองมีความพร้อมก่อนที่จะเข้าถ้ำเสมอ และควรเตรียมอุปกรณ์ ยารักษาโรค หรือสิ่งที่จำเป็นต่างๆ เข้าไปด้วย

ต่อไปนี้จะเป็นข้อควรปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว หรือคนที่ต้องการจะเข้าไปเที่ยมชมภายในถ้ำ…

1.เตรียมความพร้อมก่อนเข้าถ้ำ

เพื่อลดความเสี่ยงในการหลงทางในถ้ำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาในเรื่องของถ้ำอย่างละเอียดและเตรียมอุปกรณ์ในการสำรวจถ้ำอย่างเหมาะสม แต่ถ้าหากยังไม่มีประสบการณ์มากพอ ไม่ควรเข้าไปในถ้ำคนเดียวเด็ดขาด ควรพาผู้ที่มีประสบการณ์เข้าไปด้วย ส่วนในเรื่องเครื่องแต่งกาย รวมไปถึงชุดชั้นในและถุงเท้า ควรทำมาจากเส้นใยสังเคราะห์ หลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่ทำมาจากผ้าฝ้าย เนื่องจากผ้าฝ้ายจะดูดซับและอุ้มน้ำมากกว่าเส้นใยสังเคราะห์ สำหรับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ควรพกติดตัวเข้าไป ได้แก่ ถุงพลาสติก เสื้อหนาๆ  หมวกนิรภัย ไฟฉายพร้อมแบตสำรอง ผ้าห่มฉุกเฉิน (Emergency blanket) น้ำและอาหาร เป็นต้น

2.ทำเครื่องหมายทางออก

ภายในถ้ำที่มืดและมีเส้นทางที่ซับซ้อน สามารถสร้างความสับสนงุนงงจนเป็นเหตุให้เกิดการหลงทางได้ ดังนั้น ในทุกครั้งต้องคอยสังเกตสิ่งที่อยู่รอบตัวและคอยทำสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายที่เห็นได้ชัด เช่น ทำสัญลักษณ์เป็นรูปลูกศรชี้ทางออกหรือไม่ก็ผูกริบบิ้นหรือใช้แท่งเรืองแสง การทำเครื่องหมายไม่ได้เพียงแค่ช่วยให้คุณออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย แต่ยังช่วยให้หน่วยช่วยเหลือสามารถตามหาคุณเจอ หากคุณหลงทางอยู่ในนั้นอีกด้วย

3.หากหลง จงมีสติ

ถ้าหากพบว่าตนเองหลงทางในถ้ำ อย่าตื่นตระหนก พยายามรวบรวมสติและหาวิธีออกจากถ้ำ

4.เกาะกลุ่มกันไว้

หากมากันหลายคนก็ควรเกาะกลุ่มกันไว้เพื่อให้เกิดความอุ่นใจ และเมื่ออยู่ในที่ที่มืดควรจับมือกันไว้ตลอด ห้ามแตกแถว และอย่าทิ้งใครคนใดคนหนึ่งไว้ข้างหลัง

5.อยู่ในที่อุ่นและแห้ง

สิ่งอันตรายที่ต้องเผชิญเมื่อติดอยู่ในถ้ำก็คือ ไฮโปรเธอเมีย (Hypothermia) หรือ ภาวะตัวเย็นเกินไป โดยจะเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิในร่างกายต่ำเกินไป ทำให้มีอาการสั่น พูดอ้อแอ้ เดินเซ หงุดหงิด สับสนและความสามารถในการตัดสินใจด้อยลง ดังนั้นจึงเป็นอีกเหตุผลที่ต้องสวมใส่เสื้อกันหนาวเข้าไปในถ้ำ และควรสวมหมวกนิรภัยตลอดเวลา แต่ถ้าหากมีความจำเป็นในการลงน้ำ อย่างเช่น น้ำท่วมภายในถ้ำ ในกรณีที่ไม่มีชุดมาเปลี่ยนควรจะถอดชุดที่สวมใส่ออกแล้วค่อยสวมใส่อีกครั้ง หลังจากขึ้นมาจากน้ำ แต่ถ้าหากเสื้อผ้านั้นเปียกก็ควรนำชุดนั้นมาบิดทันที แล้วนำมาสวมใส่ต่อ เพราะความร้อนในร่างกายจะช่วยให้เสื้อผ้าที่สวมใส่แห้งเอง อีกทั้ง พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสที่พื้นเย็นๆ ภายในถ้ำและพยายามเกาะกลุ่มเข้าไว้เพื่อให้เกิดความอบอุ่น

6.แบ่งปันอาหารและน้ำอย่างเหมาะสม

ถ้าเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำท่วม หรือดินถล่มทำให้ต้องติดอยู่ภายในถ้ำ ซึ่งกว่าเจ้าหน้าที่หรือผู้ช่วยเหลือจะมาพบก็อาจจะใช้ระยะเวลาซักพัก ดังนั้นควรจัดสรรอาหารและน้ำให้เพียงพอและเหมาะสม เพื่อใช้ในการประทังชีวิตให้นานที่สุดและเมื่อไหร่ก็ตามที่น้ำหมด ตัวเลือกสุดท้ายก็คือ หาน้ำในถ้ำดื่มโดยเฉพาะน้ำที่หยดจากเพดานถ้ำ แต่ก็ควรระวังเพราะอาจจะมีสารปนเปื้อนอยู่ในน้ำอีกก็เป็นได้

7.ใช้ไฟอย่างรู้ค่า

เมื่อไหร่ก็ตามที่อยู่เฉยๆ หรือนอนนิ่งๆ ควรปิดไฟฉายทุกครั้งเพื่อประหยัดแบตให้ได้นานที่สุดและไม่ควรใช้ไฟในครั้งเดียวจนหมด

8.ก้มหัว/หมอบและเดินหากไม่มีไฟฉาย

อย่างที่รู้กันดีว่าถ้ำเป็นสถานที่ที่อันตรายเพราะมันปกคลุมไปด้วยความมืดและสภาพแวดล้อมที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ดังนั้นหากไม่มีไฟฉายควรคลานและคลำหาทางไปเรื่อยๆ

Creditwww.bbc.com/news/world-europe-27914426

www.cbsnews.com/news/switzerland-hoelloch-holloch-cave-cavers-trapped-schwyz-canton-flooding/

www.news.bbc.co.uk/2/hi/americas/3569811.stm

www.tnamcot.com/view/5b3f5521e3f8e4f605861127

www.telegraph.co.uk/news/worldnews/europe/germany/10911438/German-stuck-in-cave-rescued.html

www.nytimes.com/2018/07/07/world/asia/elon-musk-thai-cave-rescue.html

www.wikihow.com/Survive-in-a-Cave

www.winnews.tv/news/21568

Related Post

รู้ไว้ไม่เสียหาย…เตรียมความพร้อมก่อนเข้า “ถ้ำ”