สนามแม่เหล็กโลกปกป้องเราจากรังสีที่มาจากอวกาศ ยกเว้นตรงรูเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ รังสีในบริเวณนั้นเข้มข้นมากจนสายตาของมนุษย์อวกาศผิดปกติ กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิลหยุดทำงาน และดาวเทียมต้องจำศีล นักวิทยาศาสตร์เกรงว่าปรากฏการณ์นี้อาจเป็นสัญญาณเตือนครั้งแรกว่าเกราะสนามแม่เหล็กกำลังสลายลง

หลังส่งขึ้นอวกาศในวันที่ 25 กันยายน 2010 ได้ไม่ทันไร ดาวเทียม SBSS ดาวเทียมของอเมริกามูลค่า 823 ล้านดอลลาร์สหรัฐเจอปัญหาที่เหนือมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ มันรับรังสีคอสมิกมากจนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชิ้นหนึ่งเสียหาย ตามแผนเดิมดาวเทียม SBSS จะเฝ้าสังเกตขยะอวกาศหลังการทดสอบระบบอย่างเร็ว แต่กลายเป็นว่าวิศวกรในโลกต้องใช้เวลาสองปีพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ไปช่วยพลิกฟื้นระบบดาวเทียมที่พังยับเยิน

ฮับเบิลปิดตา

ดาวเทียม SBSS ชำรุดในบริเวณผิดปกติแอตแลนติกใต้ (South Atlantic Anomaly: SAA) ที่ซึ่งเป็นเสมือนสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาในอวกาศนี้มีสนามแม่เหล็กโลกอ่อนแรงกว่าบริเวณอื่นราวร้อยละ 30 แถบรังสีแวนอัลเลนด้านในสุดจึงสามารถล่วงล้ำเข้าใกล้โลก แถบรังสีแวนอัลเลนประกอบด้วยอนุภาคพลังงานสูงจากอวกาศที่พุ่งไปมา ในย่าน SAA แม้แต่ดาวเทียมขนาดเล็กยังถูกอนุภาคพลังงาน สูงกว่า 20 ล้านอนุภาคพุ่งชนทุกวินาที รังสีรุนแรงถึงขนาดทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ในยานอวกาศทำงานผิดพลาด และส่งผลกระทบต่อการมองเห็นของมนุษย์อวกาศที่ปฏิบัติภารกิจนอกยานเป็นครั้งคราว ในบรรดาดาวเทียม 500 ดวงในวงโคจรห่างจากผิวโลกไม่กี่ร้อยกิโลเมตร หรือวงโคจรใกล้โลก เกือบทุกดวงจะมีกลไกปกป้องที่เริ่มทำงานในสภาพแวดล้อมร้ายแรงทางใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลจะปิดตัวรับรู้ที่อาจเสียหายได้เกือบทั้งหมดขณะโคจรผ่านบริเวณนี้ แต่ปัญหากำลังขยายตัว เพราะยิ่งระบบอิเล็กทรอนิกส์ในดาวเทียมก้าวหน้า ความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นด้วย

สนามแม่เหล็กเริ่มอ่อนแรง

ยิ่งกว่านั้นสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาในอวกาศกำลังโตขึ้นเล็กน้อย และดาวเทียมต้องปิดระบบนานขึ้น นักวิทยาศาสตร์มองว่าการขยายตัวของ SAA คือสัญญาณว่าสนามแม่เหล็กโลกกำลังอ่อนแรง ผลตรวจวัดชี้ว่าสนามแม่เหล็กมีพลังลดลงร้อยละ 10-15 ในเวลาเพียง 150 ปี ซึ่งทางธรณีวิทยาถือว่าเร็วอย่างไม่เคยปรากฏ ภารกิจสวอร์ม (Swarm) ซึ่งถูกส่งขึ้นเมื่อ ปี 2013 ประกอบด้วยดาวเทียมสามดวงที่โคจรในรูปขบวนพิเศษสำหรับสร้างภาพละเอียดที่สุดของสนามแม่เหล็กโลก และกระบวนการภายในโลกที่เป็นต้นกำเนิดสนามแม่เหล็ก

สภาพการณ์อย่างหนึ่งซึ่งภารกิจสวอร์มตรวจสอบคือกรณีที่ปรากฏการณ์ SAA อาจเป็นคำเตือนแรกของการสลับขั้วแม่เหล็กโลกในอนาคต การสลับขั้วแต่ละครั้งเกิดห่างกันหลายแสนปีจึงเป็นความเสี่ยงต่ำมาก ครั้งสุดท้าย เมื่อ 780,000 ปีก่อน แต่ถ้าการสลับขั้วเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้มันจะสร้างหายนะใหญ่หลวง เพราะขณะขั้วแม่เหล็กสลับ สนามแม่เหล็กจะหายไป รังสีคอสมิกจะแพร่ถึงพื้นโลกและอาจทำลายระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด สมดุลนิเวศจะเปลี่ยนไป จนเป็นภัยต่อชีวิตเราได้

Related Post

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาในอวกาศ