หมอกควันเกิดจากอะไร? - Science Illustrated Thailand

หลายวันมานี้ ถ้าใครที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลก็คงได้เห็นสภาพท้องฟ้าที่ขมุกขมัวคล้ายมีหมอกปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ หลายคนจึงเกิดคำถามว่าตกลงมันเป็นหมอกหรือควัน หรืออะไรกันแน่? จนกระทั่งกรมควบคุมมลพิษได้ออกมาเปิดเผยว่าจริงๆ แล้วไม่ใช่แค่หมอกเพียงอย่างเดียว แต่เป็นฝุ่นละอองในอากาศที่เกินค่ามาตรฐาน โดยมีสาเหตุมาจากแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศหลัก ได้แก่ การจราจร โรงงานอุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง ประกอบกับเกิดสภาพอากาศนิ่ง และชั้นอากาศผกผันใกล้พื้นดิน ซึ่งจะพบเป็นบางวันในช่วงฤดูหนาว ถึงต้นฤดูร้อน จึงทำให้มลพิษทางอากาศเกิดการสะสมตัวในปริมาณมาก และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระดับ PM2.5 สูงขึ้นผิดปกติในช่วงนี้ หากสูดดมเข้าไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

PM คืออะไร?

PM ย่อมาจาก “particulate matter” เช่น เขม่าและฝุ่นละออง พวกมันสามารถเดินทางลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อปอดและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรโดยส่วนใหญ่มาจากโรงไฟฟ้า แต่ก็มีบางครั้งที่เกิดจากภูเขาไฟ พายุ และเพลิงไหม้

ส่วนตัวเลขที่ต่อท้าย เช่น PM10 และ PM2.5 หมายถึงขนาดของละอองฝุ่น มีหน่วยเป็นไมครอน โดยฝุ่นละอองที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 10 ไมครอนลงมา นั่นคือ PM10 จะก่อให้เกิดความกังวลต่อสุขภาพ เพราะหากเราสูดดมเข้าไปจะสามารถสะสมในระบบทางเดินหายใจได้ ในขณะที่อนุภาคฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 10 ไมครอนลงมา นั่นคือ PM2.5 จะส่งผลต่อสุขภาพมากกว่า เพราะเป็นฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กสามารถแทรกซึมเข้าไปในร่างกายได้ลึกมากและอันตรายมาก องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงกำหนดเกณฑ์มาตรฐาน PM2.5 ว่าไม่ควรเกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ทำความรู้จักกับหมอกควัน

หมอกควันนั้นมีองค์ประกอบหลัก 5 อย่างซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของสารพิษหลากหลายชนิดอนุภาคขนาดเล็กและก๊าซพิษที่เกิดจากมลภาวะในอากาศสามารถเดินทางเข้าไปในปอดและเป็นต้นเหตุของอาการต่างๆตั้งแต่การอักเสบระยะเริ่มต้นไปจนถึงอาการที่มีความรุนแรงมากขึ้นเช่นภาวะสมองเสื่อมและโรคเบาหวานสิ่งที่จะมาช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการสูดดมหมอกควันเหล่านี้ ก็คือ หน้ากากกันฝุ่นที่จะช่วยแบ่งเบาภาระให้กับปอดนั่นเอง

อย่างไรก็ดี การเกิดหมอกควันครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก และไม่ได้เกิดแค่ในประเทศไทยประเทศเดียว เพราะยังมีอีกหลายประเทศที่กำลังประสบปัญหานี้เช่นกัน เช่น ในกรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศจีนก็เคยถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันมฤตยูนี้ จนหน้ากากป้องกันฝุ่นได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของชาวปักกิ่งไปแล้ว

สำหรับหมอกควันที่เกิดขึ้นมาจาก 3 สาเหตุหลัก ดังนี้

– การจราจรที่สร้างมลพิษไปทั่วเมือง โดยในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา พบว่าจำนวนผู้ใช้รถในเอเชียได้เพิ่มขึ้นเกือบพันเท่า

การเผาไหม้ของถ่านหิน ทำให้เกิดก๊าซพิษซึ่งมีส่วนผสมเป็นปรอท ไนโตรเจนออกไซด์ และซัลเฟอร์ ในแต่ละปีประชากรชาวจีนอย่างน้อย 400,000 คน เสียชีวิตจากอากาศที่มีซัลเฟอร์ปนเปื้อนนี้

– โรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยสารพิษและควันออกมา ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดหมอกควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วเมืองใหญ่ๆ ของประเทศจีน โดยในแต่ละปีประชาชนต้องหลบอยู่แต่ในบ้านเป็นเวลาหลายวัน

นอกจากนี้ในปี 2017 ที่ผ่านมานักวิทยาศาสตร์ยังแสดงให้เห็นว่าสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงยังซ้ำเติมให้ปัญหาหมอกควันในจีนรุนแรงขึ้นอีกด้วยโดยจะเห็นได้จากพื้นที่ต่างๆที่ถูกหมอกพิษปกคลุมมีความถี่ในการเกิดเพิ่มขึ้นและยังกินเวลาในแต่ละครั้งยาวนานกว่าเดิมสาเหตุของมันอยู่ไกลออกไปทางตอนเหนือที่ซึ่งทะเลน้ำแข็งกำลังหลอมละลายและส่งผลกระทบไปยังสภาพอากาศของหลายเขตภูมิอากาศทั่วโลก

ในขณะที่คณะนักวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศได้พยากรณ์พร้อมกับค้นพบข้อสังเกตที่ชี้ให้เห็นว่า ขั้วโลกเหนือกำลังอุ่นขึ้นในอัตราเร็วที่สูงกว่าส่วนอื่น ของโลกมากกว่า 2 เท่า และยังพบอีกด้วยว่ามันเกิดขึ้นเร็วในฤดูหนาวเมื่อเทียบกับในช่วงฤดูร้อน ปรากฏการณ์นี้มีชื่อว่าการเสริมแรงจากขั้วโลกเหนือ” (Arctic reinforcement) อุณหภูมิที่บริเวณขั้วโลกเหนือช่วงฤดูหนาวในตอนนี้สูงกว่าอุณหภูมิเมื่อ 50 ปีที่แล้วราว 5-10 องศาเซลเซียส แทนที่จะมีอุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียสเหมือนสมัยก่อน อุณหภูมิช่วงฤดูหนาวในขณะนี้อยู่ที่ -25 ถึง -35 องศาเซลเซียสเท่านั้น

นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ชี้ว่าผู้คนจำนวนมากที่ปอดอ่อนแอออกนอกบ้านไม่ได้ในวันที่ปริมาณอนุภาคในอากาศมีค่าสูงมาก อย่างไรก็ตาม แหล่งมลพิษที่สร้างปัญหาเรื่องหมอกควันไม่ได้ทำร้ายสุขภาพมนุษย์เท่านั้น หากยังส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกอีกด้วย อัตราการเกิดมลพิษที่สูงขึ้นมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ลมมรสุมรุนแรงอ่อนกำลังลงเนื่องจากอนุภาคขนาดเล็กในอากาศจะขัดจังหวะ การก่อตัวของมรสุมซึ่งเกิดจากการที่ความชื้นในอากาศกลั่นตัวเป็นหยดน้ำฝนตกลงมา ยังมีผลกระทบที่เกิดขึ้นในทางตรงกันข้ามด้วย

จะเห็นว่าหมอกพิษไม่ได้คุกคามต่อชาวจีนเท่านั้น มลภาวะทางอากาศยังเป็น 1 ใน 10 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยของคนทั่วโลกอีกด้วย แต่ปัญหาเหล่านี้จะค่อยๆ คลี่คลายลง เพราะเร็วๆ นี้ เราคงจะได้เห็นสิ่งประดิษฐ์ที่เหล่าวิศวกรคิดค้นขึ้นมาเพื่อช่วยปกป้องประชากร 7.2 ล้านคน จากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรในแต่ละปี

อยากรู้ว่าสิ่งประดิษฐ์ หรือแนวคิดสุดล้ำที่จะมาช่วยแก้ปัญหาหมอกควัน หรือมลภาวะทางอากาศนั้นมีอะไรบ้าง ติดตามอ่านเนื้อหาแบบเต็มๆ ได้ในคอลัมน์ Technology เรื่อง วิศวกรคืนความสดใสให้กับท้องฟ้าเหนือกรุงปักกิ่ง ในนิตยสาร Science Illustrated Thailand ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่กำลังจะวางแผงเร็วๆ นี้ค่ะ

Related Post

หมอกควันเกิดจากอะไร?