อุจจาระวาฬชะลอสภาวะโลกร้อน - Science Illustrated Thailand


ทุกๆ ปี สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจะพาสารอาหารหลายตันผิวสู่มหาสมุทร โดยวาฬกินสัตว์ขนาดเล็กจำพวกกุ้งปู หรือครัสเตเชียนมากถึงประมาณ 40 ล้านตัวต่อวัน

แม้พวกมันจะกินจุมาก แต่ปริมาณที่พวกมันกินนั้นกลับอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะถ้าหากไม่มีอาหารเหล่านี้แล้วล่ะก็ ระบบนิเวศของมหาสมุทรก็จะถูกคุกคามไปด้วย เพราะวาฬช่วยเติมสารอาหารให้กับผิวชั้นบนของมหาสมุทรจากปัสสาวะและอุจจาระของมัน สารอาหารเหล่านี้กลายเป็นอาหารให้กับสาหร่ายซึ่งเป็นฐานของห่วงโซ่อาหารในมหาสมุทร นักวิทยาศาสตร์พบว่าดูว่าวาฬฟิน (fin whale) เพียงหนึ่งตัวที่มีความยาวราว 20 เมตร สามารถปลดปล่อยไนโตรเจนได้มากถึง 5.5 ตันต่อปี ส่วนวาฬสเปิร์มซึ่งมีขนาดเล็กกว่าสามารถปลดปล่อยธาตุเหล็กสู่มหาสมุทรมากถึงราว 4 ตันต่อปี

เมื่อสาหร่ายเป็นอาหารของปลาดังนั้นจำนวนประชากรของวาฬที่ลดลงก็จะส่งผลสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรนอกจากนี้สาหร่ายยังมีบทบาทสำคัญอื่นอีกนั่นคือพวกมันเป็นผู้เก็บกักคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศเอาไว้และช่วยชะลอปรากฏการณ์เรือนกระจกคาร์บอนราวร้อยละ 20 ถูกดูดซึมอยู่ในสาหร่ายและถูกตัดออกจากวัฏจักรหมุนเวียนคาร์บอนปกติเพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะจมลงสู่ก้นทะเลและอาจอยู่ที่เบื้องล่างนั้นเป็นเวลาหลายพันปี

ปัญหา

การประมงคุกคามวาฬ

การล่าวาฬเพื่อธุรกิจลดจำนวนวาฬลงมากถึงร้อยละ 90 ในเวลาเพียงชั่วศตวรรษเดียว ในปี ค.. 1986 นานาชาติมีความร่วมมือกันเพื่อยุติการล่าวาฬทั่วโลกแต่ก็ยังมีวาฬนับร้อยนับพันตายทุกๆปีเพราะติดตาข่ายขนาดใหญ่หรือชนเข้ากับเรือ

ผลกระทบ

สภาวะโลกร้อนรุนแรงขึ้น

หากไม่มีวาฬ ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก นักชีววิทยาคาดคะแนว่าอุจจาระของวาฬสเปิร์มเพียงร้อยละ 3 จะสามารถรักษาปริมาณสาหร่ายที่จะลดคาร์บอนจากบรรยากาศได้มากถึง 4 แสนตันต่อปี แม้แต่วาฬเองก็สามารถกำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าที่พวกมันผลิตถึง 2 เท่า

ทางออก

ความคิดประหลาดอาจช่วยโลก

นักวิทยาศาตร์ทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางช่วยเหลือวาฬจากตาข่ายดักปลา บ้างเสนอให้ชาวประมงใช้ตาข่ายเรืองแสงหรือเสียงที่ทำให้วาฬไม่เข้าใกล้ รวมถึงการวางเหยื่ออย่างมียุทธศาสตร์เพื่อหลีกเลี่ยงวาฬ ความพยายามเหล่านี้ช่วยลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับวาฬบางสปีชีส์ได้จริง

Related Post

อุจจาระวาฬชะลอสภาวะโลกร้อน