เกิดอะไรขึ้นกับศพหลังจากฝังลงหลุมไปแล้ว? - Science Illustrated Thailand

หลังเสียชีวิต ผู้ตายมักถูกฝังภายในเวลา 1 สัปดาห์ แต่หากต้องการรักษาศพให้ยาวนานกว่านั้น ต้องเก็บศพในห้องที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส เพื่อยับยั้งกระบวนการเน่าสลาย การเปลี่ยนแปลงอย่างแรกของศพที่ฝังลงหลุมคือ สีของผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ส่วนท้องจะบวมพองเหมือนลูกโป่งเนื่องจากมีก๊าซเหม็นที่เกิดจากการเน่าสลายสะสมอยู่ข้างใน หลังจากนั้นอีก 2-3 สัปดาห์ กล้ามเนื้อและอวัยวะภายในส่วนใหญ่จะเน่าสลายจนเกือบหมดเพราะถูกแบคทีเรีย แมลงกินซาก และหนอนรุมกินรุมย่อย เมื่อถึงตอนนี้ ของเหลวในร่างกายก็จะระเหยออกไป โดยปกติร่างกายของมนุษย์มีน้ำเป็นองค์ประกอบราวร้อยละ 80 ของน้ำหนัก ดังนั้นศพจึงแห้งซูบลง ผ่านไปประมาณ 3-4 เดือน ศพก็จะเหลือแต่เพียงกระดูก การย่อยสลายของกระดูกขึ้นอยู่กับปริมาณของแคลเซียมในดินเป็นสำคัญ ในดินที่อุดมด้วยแคลเซียม กระดูกอาจจะคงสภาพอยู่ได้นับพันปี

มัมมี่และศพในพรุไม่เน่าสลาย

หากศพอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แห้งมาก มันจะไม่ย่อยสลายอวัยวะและเนื้อเยื่อ ส่วนอ่อนนุ่มในร่างกายจะแห้งแข็ง กลายเป็นมัมมี่ตามธรรมชาติ ศพที่จมอยู่ในพรุเองก็ไม่ย่อยสลาย สภาพความเป็นกรดในพรุยับยั้งการเน่าสลาย เทียบได้กับการดองศพในกรดแทนนิกและน้ำมันครีโอโซต

ร่างกายหลังการตาย

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง: ลักษณะแรกของการเสียชีวิตคือ การเขียวช้ำหลังความตาย (livor mortis) ซึ่งทำให้เกิดรอยจ้ำสีเขียวช้ำบนตัวศพ การเขียวช้ำหลังความตายเกิดจากการที่เลือดหยุดหมุนเวียนและไหลตกลงไปตามแรงโน้มถ่วง ทำให้เลือดคั่งในเส้นเลือดฝอย เมื่อเม็ดเลือดสลายตัวฮีโมโกลบินจะกระจายเข้าสู่เนื้อเยื่อโดยรอบเกิดเป็นรอยสีเขียวช้ำบนผิวหนัง

ผ่านไป 3-4 ชั่วโมง: กล้ามเนื้อเริ่มเกร็งตัวเพราะการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีในเซลล์กล้ามเนื้อ ทำให้เกิดสภาพแข็งทื่อหลังความตาย (rigor mortis) ซึ่งจะเริ่มต้นจากศีรษะและค่อยๆ กระจายไปทั่วร่างกายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากเสียชีวิตไปแล้ว 8-12 ชั่วโมงศพจะแข็งทื่อทั้งตัว

ผ่านไป 18-36 ชั่วโมง สภาพแข็งทื่อค่อยๆ หายไปเนื่องจากเนื้อเยื่อกล้ามเนื่อเริ่มย่อยสลาย และจะหายไปโดยสิ้นเชิง หลังจากผ่านไปไม่กี่วัน

Related Post

เกิดอะไรขึ้นกับศพหลังจากฝังลงหลุมไปแล้ว?