นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์และมหาวิทยาลัยเจมส์ คุ้กได้เข้าสำรวจคาบสมุทรแดมเปียร์ในเวสต์เทิร์นออสเตรเลียซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลียและได้ข้อสรุปว่าคาบสมุทรแคมเปียร์ยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้นอุดมไปด้วยสัตว์ป่าหลากชนิด นักวิจัยคณะนี้ได้ศึกษารอยเท้าไดโนเสาร์ตามที่ต่างๆ 48 แห่งบนที่ราบที่ในอดีตเคยมีน้ำขัง และจากรอยเท้าหลายพันรอยที่พบ พวกเขาได้บรรยายลักษณะรอยเท้า 150 รอย ซึ่งแยกได้เป็น  21 แบบ และเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์ 4 กลุ่ม ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีการพบรอยเท้าไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์ขนาดนี้ในพื้นที่เดียวมาก่อน

นักวิจัยทราบว่าเจ้าของรอยเท้าหลายๆ ตัวอาศัยอยู่ใกล้กัน เพราะรอยเท้าส่วนใหญ่เกิดในระยะเวลาห่างกันไม่เกิน 2-3 สัปดาห์ หรืออาจจะห่างกันเพียงไม่กี่วันก็ได้ ชายฝั่งแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนภาพถ่ายที่แสนวิเศษจากช่วงต้นยุคครีเทเชียส

สตีเว่น ซอลส์เบรี่ จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ หัวหน้าคณะศึกษารอยเท้าไดโนเสาร์บอกว่าการพบรอยเท้าเหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่พิเศษยิ่ง

ที่แห่งนี้มีชื่อว่าจูราสซิก ปาร์กแห่งออสเตรเลียและสตีเว่น ซอลส์เบรี่จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ หัวหน้าคณะศึกษารอยเท้าไดโนเสาร์บอกว่าพื้นที่แถบนี้เปรียบได้กับที่ราบเซเรนเกติในแอฟริกา ซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาชนิด

ซอลส์เบรี่กับนักวิจัยและผู้ช่วยวิจัยไม่กี่คนใช้เวลา 2 ปีช่วยกันวัด สแกน ถ่ายภาพ และทำรูปหล่อรอยเท้าไดโนเสาร์ภายใต้สภาพการณ์ที่ยากลำบากแสนสาหัส แต่ในที่สุดการทำงาน 400 ชั่วโมงบนชายฝั่ง กับการทำงานที่โต๊ะทำงานอีก 4 ปีก็ให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นบทความเกี่ยวกับรอยเท้าดึกดำบรรพ์เหล่านี้ ความยาว 458 หน้า

เทคโนโลยีการถ่ายภาพดิจิตอลสามมิติช่วยให้พวกเขาสามารถจำลองสถานที่จริงได้อย่างถูกต้องแม่นยำ จึงไขความลับของไดโนเสาร์ได้จากหน้าจอ ภาพดิจิตอลสามมิติจำลองรอยเท้าไดโนเสาร์ช่วยให้นักวิจัยสามารถเผยแง่มุมใหม่ๆ ในชีวิตของยักษ์ใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว การสร้างภาพจำลองดิจิตอลนี้ใช้การรังวัดด้วยภาพ (Photogrammetry) นักวิจัยสามารถคำนวณสภาพแวดล้อมสามมิติโดยอาศัยตัวเลขที่วัดได้จากภาพถ่ายรอยเท้าเดียวกันหลายๆ ภาพ แล้วใช้เลเซอร์วัดความแตกต่างเชิงความลึกที่พื้นผิว

นักวิจัยใช้เทคโนโลยีทั้งสองนี้ที่ระยะห่างจากรอยเท้า 3 ระยะ โดยขั้นแรกใช้เลเซอร์มือถือและกล้องถ่ายรูปบนขาตั้งถ่ายจากระยะใกล้ จากนั้นใช้โดรนติดกล้องและเลเซอร์ถ่ายจากระยะไกลกว่าเดิม และขั้นสุดท้ายถ่ายจากระยะไกลโดยใช้เครื่องบินเล็กติดกล้องและเลเซอร์บินช้าๆ เหนือรอยเท้า

เมื่อเก็บข้อมูลได้แล้วก็ใช้โปรแกรมประมวลภาพสร้างแบบจำลองสามมิติของรอยเท้าที่ความละเอียดตั้งแต่ไม่ถึง 1 มิลลิเมตรไปจนถึงหลายกิโลเมตร

แบบจำลองช่วยให้แยกแยะได้อย่างรวดเร็วว่ารอยใดเป็นรอยเท้าไดโนเสาร์ และเป็นรอยเท้าของไดโนเสาร์ชนิดใด ความลึกที่ต่างกันของรอยเท้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับน้ำหนักตัวและลักษณะการเดินของเจ้าของรอยเท้า ขณะที่การวัดระยะห่างระหว่างรอยเท้าแต่ละรอยอย่างละเอียดช่วยให้ทราบขนาดรวมทั้งความเร็วในการเคลื่อนที่ของเจ้าของรอยเท้า

 

เก็บข้อมูลไดโนเสาร์ด้วยโดรนและเลเซอร์จำลองภาพ