เมื่อมีข่าวอุกกาบาต หรือดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งชนโลกทีไร ชาวโลกต่างก็พากันตื่นตระหนกตกใจทุกที ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อนก็มีข่าวในลักษณะเดียวกันนี้เกิดขึ้นแล้ว โดยระบุว่าว่าดาวเคราะห์น้อย 2002 เอ็นที7 (2202 NT7) จะพุ่งชนโลกในวันที่ 1 .. 2562 แต่หลังจากการสำรวจเพิ่มเติมดาวเคราะห์ดังกล่าวก็ถูกถอดออกจากบัญชีเสี่ยง ซึ่งดอน ยีโอแมนส์ (Don Yeomans) ผู้อำนวยการโครงการสำรวจวัตถุใกล้โลกก็ได้ออกมาชี้แจงผ่านเว็บไซต์ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องปกติที่เราคาดได้ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถบอกได้ทันทีว่าวัตถุที่เพิ่งค้นพบนั้นมีความเสี่ยงที่จะพุ่งชนโลกหรือไม่จนกว่าจะมีข้อมูลสำรวจเพิ่มเติม

ในขณะที่นาซาเองก็มีแผนรับมือวัตถุพุ่งชนโลก 3 วิธีด้วยกัน โดยวิธีแรกคือ ระเบิดด้วยนิวเคลียร์ซึ่งคาดว่าจะสำเร็จมากกว่า 10-100 เท่าของวิธีที่ 2 ที่ใช้การกระแทกเชิงจลน์โดยไม่ใช้นิวเคลียร์ (Non-Nuclear Kinetic Impact) และวิธีสุดท้ายคือการผลักช้าๆ (Slow push) ที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างแพงและระดับความพร้อมทางเทคนิคยังมีค่อนข้างต่ำ

ล่าสุดองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซาได้เปิดตัวโครงการ Double Asteroid Redirection Test หรือ DART เพื่อเปลี่ยนวงโคจรดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ไม่ให้ชนโลกขึ้น โดยมีทีมนักวิทยาศาสตร์จากห้องทดลองฟิสิกส์ประยุกต์แห่งจอห์นฮอปกินส์ (Johns Hopkins Applied Physics Laboratory) และนาซา ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีที่จะขยับวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยที่มีโอกาสพุ่งชนและสร้างภัยพิบัติให้กับโลกด้วยการใช้หลักการพุ่งชน (Kinetic Impactor Technique) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะป้องกันดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ไม่ให้ชนโลกได้

สำหรับดาวเคราะห์น้อยที่ถูกเลือกเพื่อการทดสอบในครั้งนี้คือ Didymos ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ในระบบดาวคู่ (Binary System) ประกอบด้วยดาวเคราะห์น้อย Didymos A ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 780 เมตร และดาวเคราะห์น้อย Didymos B ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 160 เมตร ซึ่งโคจรรอบ Didymos A เสมือนเป็นดาวบริวาร

เป้าหมายของนาซา คือเตรียมที่จะใช้ยานอวกาศพุ่งชนดาวเคราะห์น้อย Didymos B จุดประสงค์เพื่อให้วงโคจรที่มันโคจรรอบดาวเคราะห์น้อย Didymos A เปลี่ยนไปจากเดิม สาเหตุที่นาซาเลือกทดสอบกับระบบดาวเคราะห์น้อย Didymos เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์สามารถติดตามผลกระทบของวงโคจรรอบดาว Didymos A ที่เปลี่ยนไปของดาวเคราะห์น้อย Didymos B ได้ง่ายกว่าการทดสอบกับดาวเคราะห์น้อยเดี่ยวทั่วไป นอกจากนี้ดาวเคราะห์น้อยทั้งคู่ยังมีขนาดที่สามารถสร้างภัยพิบัติ แต่วงโคจรไม่มีอันตรายกับโลก นาซายืนยันว่าการทดลองครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์น้อย Didymos A และ

ยานอวกาศที่นาซาจะใช้พุ่งชนดาวเคราะห์น้อย Didymos B มีขนาดประมาณตู้เย็นขนาดใหญ่ ความเร็วในการพุ่งชน 6 กิโลเมตรต่อวินาทีหรือเร็วกว่าความเร็วของกระสุนปืนประมาณ 9 เท่า ผลจากการทดสอบครั้งนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ประเมินได้อย่างถูกต้องถึงความแรง ความเร็วและจำนวนของยานอวกาศหรืออุปกรณ์ในการพุ่งชนที่สามารถเปลี่ยนวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย

อย่างไรก็ดีระบบดาวเคราะห์น้อย Didymos จะโคจรเข้าใกล้ในระยะที่ไม่มีอันตรายกับโลกในปี 2022 และปี 2024 ถ้าโครงการ DART ประสบความสำเร็จจะเป็นการปูทางไปสู่การใช้เทคโนโลยีนี้ในเชิงปฏิบัติในอนาคตต่อไป

Related Post

DART โครงการเปลี่ยนวงโคจรดาวเคราะห์น้อยก่อนที่จะพุ่งชนโลก!