ตอนขากลับสู่พื้นโลก กระสวยและแคปซูลอวกาศทิ้งดิ่งลงมาด้วยความเร็วหลายพันกิโลเมตร/ชั่วโมง เหตุใดวิศวกรจึงไม่ออกแบบเครื่องยนต์จรวดไว้ช่วยชะลอให้มันตกลงมาช้าๆ นุ่มๆ ?

การใช้เครื่องยนต์จรวดมาช่วยชะลอการตกของกระสวยหรือแคปซูลอวกาศนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากการทำเช่นนั้นต้องใช้เชื้อเพลิงปริมาณมากเกินกว่าที่ยานอวกาศจะบรรทุกขึ้นไปในอวกาศได้ การใช้จรวดผ่อนความเร็วตลอดทางกลับสู่พื้นโลกจึงเสี่ยงและไม่คุ้มค่าอย่างแรง

เมื่อนักบินอวกาศเสร็จสิ้นภารกิจบนสถานีอวกาศ ซึ่งโคจรรอบโลกด้วยความเร็วราวๆ 28,000 กิโลเมตร/ชั่วโมง และพร้อมเดินทางกลับโลก พวกเขาจะเข้าไปยังแคปซูลอวกาศ ซึ่งจะถูกปล่อยออกจากสถานี เมื่อแคปซูลลอยห่างออกมาสู่ระยะที่เหมาะสม เครื่องยนต์จรวดบนแคปซูลจะจุดตัวเพื่อชะลอความเร็วของแคปซูล (ซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่ากับสถานีอวกาศ)

เครื่องยนต์จรวดทำงานอย่างมากสุดก็เพียงไม่กี่นาที ความเร็วของแคปซูลจะลดลงแค่ประมาณ 200-300 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอให้แคปซูลเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกในวิถีโค้งเช่นเดียวกับการตกของอุกกาบาต การเสียดสีกับอากาศขณะตกจะทำให้เกิดความร้อนมหาศาล จนอากาศลุกไหม้เป็นเปลวไฟสีส้มแดงห่อหุ้มตัวแคปซูล ฉนวนเซรามิกกันความร้อนจะทำหน้าที่ปกป้องตัวแคปซูลและนักบินอวกาศที่อยู่ภายใน

เมื่อแคปซูลตกลงมาถึงที่ระดับความสูง 5-10 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ความเร็วจะลดลงเหลือ 200-300 กิโลเมตร ซึ่ง ณ จุดนี้ร่มชูชีพชะลอความเร็วจะกางออก และในชั่วเสี้ยวขณะก่อนที่แคปซูลจะกระแทกผิวมหาสมุทร เครื่องยนต์จรวดเล็กๆ จะจุดทำงานแวบสั้นๆ แรงกระแทกของการชะลอนี้เทียบเท่ากับการชนของรถในสนามทดสอบเลยทีเดียว

Related Post

ทำไมกระสวยอวกาศ จึงไม่ใช้จรวดช่วยเบรกตอนร่วงลงสู่โลก?