ส่อง! 4 สิ่งประดิษฐ์ฝีมือนวัตกรพันธุ์ใหม่ - Science Illustrated Thailand

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โชว์ศักยภาพนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ จัดงาน “Senior Project #4” ตลาดวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ฝีมือนวัตกรพันธุ์ใหม่ ครั้งที่ 4 เพื่อมุ่งแก้ปัญหาสังคมและต่อยอดทางธุรกิจกว่า 400 ชิ้นงาน โดยมีตัวอย่าง 4 ผลงานไฮไลท์มานำเสนอ โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ งานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Environmental and Sustainability) ได้แก่ 1.ผลงานการเติมคาร์บอนในเหล็กโดยใช้ขี้เส้นยางพารา: งานวิจัยเพื่อการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือทิ้งทาง การเกษตรเพื่อกระบวนการผลิตเหล็กกล้าแบบยั่งยืน (Recarburization of liquid steel using rubber tree bark: Implication for Utilization of agricultural waste for sustain) 2.ผลงานสารสกัดปลีกล้วยหอมทองกับการพัฒนาเป็นเวชสำอางนาโน (Banana Blossom (Musa acuminate) extract and nano-cosmeceutical applications) งานวิจัยด้านเทคโนโลยี (Technology) คือ ผลงานแอปพลิเคชั่นจัดหาผู้ดูแลสำหรับผู้ป่วยและผู้สูงอายุบนระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ (TU Care Giver) และงานวิจัยด้านดิจิทัลและระบบการวิเคราะห์ข้อมูล (Digital and Data Analysis) คือ ผลงานระบบคัดกรองความฉุกเฉินผู้ป่วย ของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ (A Triage System for emergency patients in Thammasat University Hospital)

ทั้งนี้ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ยังได้เปิดหลักสูตรใหม่จำนวน  3 หลักสูตร ได้แก่หลักสูตรนวัตกรรมอาหาร หลักสูตรพลังงานชีวภาพ หลักสูตรนวัตกรรมข้อมูลโดยกำหนดเปิดรับในปีการศึกษา 2561 นี้เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ชาติในการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตอีกด้วย

4 สิ่งประดิษฐ์ฝีมือนวัตกรพันธุ์ใหม่ที่น่าสนใจ มีดังนี้

1.เหล็กกล้าจากขี้เส้นยางพารา (Rubber Tree Bark for Steelmaking)

เป็นการศึกษาและพัฒนาขี้เส้นยางพาราวัสดุเหลือทิ้งจากยางธรรมชาติ ให้กลายเป็นถ่านคาร์บอนคุณภาพสูง เพื่อทดแทนการใช้ถ่านหินจากธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร และสนับสนุนภาครัฐ ลดมูลค่าการนำเข้าถ่านหินจากต่างประเทศ เนื่องจากการกรีดยางในแต่ละวัน จะได้ขี้เส้นยางพาราถึง 1.5 กิโลกรัมต่อวันต่อสวนยางพารา 10 ไร่ เมื่อรวมสวนยางพาราทั้งประเทศกว่า 18 ล้านไร่ ก็จะได้ขี้เส้นยางพาราสูงถึง 2.7 ล้านกิโลกรัมต่อวัน หรือคิดเป็น 2,700 ตันต่อวัน และหากคำนวณการกรีดยางพาราทั้งปีจะได้ขี้เส้นยางพาราเป็นปริมาณมหาศาล ทั้งนี้ จากการศึกษาวิจัยพบว่า ขี้เส้นยางพารา เป็นชีวมวลที่เป็นวัสดุพอลิเมอร์ธรรมชาติ มีองค์ประกอบหลักคือ คาร์บอน (Carbon based material) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิตเหล็กกล้า ซึ่งเมื่อเปลี่ยนขี้เส้นยางพาราเป็นถ่านคาร์บอนจะสามารถใช้ทดแทนถ่านหินในการผลิตเหล็กกล้าได้มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดี งานวิจัยดังกล่าว อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อศึกษาพฤติกรรมการละลายของคาร์บอนและการทำปฏิกิริยากับตะกรันในเตาหลอม และการนำไปทดลองใช้กับโรงงานผลิตเหล็กเพื่อทดแทนการใช้ถ่านหินเป็นลำดับต่อไป

2.เจลจากสารสกัดปลีกล้วย (Nano Gel Cosmetic by Banana Blossom)

กล้วยหอมทองถือว่าเป็นผลไม้ที่มีเอกลักษณ์ และมีศักยภาพ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างมาก (โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น) โดยเป็นผลไม้ที่เติบโตและสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกชิ้นส่วน งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสารสกัดจากปลีกล้วยหอม (Musa acuminate) และศึกษาปฏิกิริยาต่างๆ ของปลีกล้วยหอม (M. acuminate) ที่ถูกสกัดด้วยวิธี Freeze-dry ซึ่งพบว่าสารประกอบฟีนอลทั้งหมดมีค่าเท่ากับ 37.00 mg GAE/g ของตัวอย่างแห้ง โดยใช้สารละลาย Folin-Ciocalteu ในขณะที่ปริมาณฟลาโวนอยด์ทั้งหมดเท่ากับ 96.90 มิลลิลิตรโดยใช้วิธีการวัดสี สารสกัดมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูงสุดที่ความเข้มข้น 0.1 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยใช้วิธีการตรวจวัดความสามารถในการขจัดอนุมูลอิสระที่ระดับความเข้มข้น 40.79% ประสิทธิภาพในการห่อหุ้มด้วยไคโตซานเท่ากับ 44.06% ที่ความเข้มข้น 0.75 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ประสิทธิภาพในการห่อหุ้มด้วย liposome เท่ากับ 93.39% ที่ความเข้มข้น 1.0 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ดังนั้น ปลีกล้วย จึงเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ดีและได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Nano-Encapsulation เพื่อผลิต nano-cosmeceutic ที่สามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ และออกฤทธิ์ได้ยาวนานขึ้น

3.แอปพลิเคชั่น TU Care Giver แมชชิ่งบุรุษพยาบาล ให้พร้อมบริการผู้ป่วยถึงเตียง

เป็นแอปพลิเคชั่นจับคู่ผู้สูงอายุและผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยอาศัยข้อมูลพิกัดดาวเทียม (GPS) เพื่อเพิ่มช่องทางในการให้และรับบริการการดูแล ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะมาถึงในประเทศไทย เนื่องจากผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องมีการดูแลเฉพาะแตกต่างจากวัยอื่นๆ อีกทั้งยังเพิ่มช่องทางการหางานสำหรับผู้ดูแลผู้สูงอายุ โดยแอปฯ จะแบ่งการใช้งานออกเป็น 2 พาร์ท คือ ผู้สูงอายุ สำหรับใช้ค้นหาผู้ดูแลที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยอาศัยข้อมูลจีพีเอส พร้อมกันนี้ระบบจะทำการข้อมูลของผู้ดูแลโดยระเอียด ทั้งชื่อนามสกุลจริง หน่วยงานที่สังกัด ความเชี่ยวชาญในการดูแล วันและเวลาที่สะดวก ฯลฯ และ ผู้ดูแล ที่สามารถเลือกรับการดูแลหรือปฏิเสธได้ตามความเหมาะสม โดยระบบจะระบุข้อมูลของผู้สูงอายุเช่นกัน ทั้งชื่อนามสกุลจริง อาการเจ็บป่วย/อาการแพ้ต่างๆ วันและเวลาที่สะดวก เบอร์ติดต่อของญาติ (กรณีฉุกเฉิน) ฯลฯ อย่างไรก็ตาม แอปฯ ดังกล่าวรองรับการใช้งานในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) เท่านั้น

4.ระบบ Triage System ระบบจัดคิวผู้ป่วยในโรงพยาบาล จัดสรรเวลาเองได้ไม่ต้องรอคิวนาน

เป็นระบบคัดกรองผู้ป่วยฉุกเฉินและจัดลำดับการรักษาตามความเร่งด่วน เป็นการประยุกต์ใช้เทคนิคการทำเหมืองข้อมูล เพื่อจัดระบบความฉุกเฉินของผู้ป่วย ซึ่งพบว่า โมเดล Decision Tree ที่พัฒนาขึ้นด้วยโปรแกรม Rapidminer studio ให้ค่าความแม่นยำอยู่ที่ประมาณ 64 เปอร์เซ็นต์ ผ่านการอิงฐานข้อมูลผู้ป่วยโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ทั้ง 5 ตัวแปร ประกอบด้วย เพศ อายุ อัตราการหายใจ อัตราการเต้นของหัวใจ และอุณหภูมิร่างกาย ซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อการตัดสินใจ คือ อัตราการหายใจ โดยในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเบื้องต้นที่ใกล้เคียงกัน โมเดลจะช่วยจัดลำดับการรักษาตามความฉุกเฉินใน 3 ระดับ คือ ฉุกเฉิน (Emergent) ด่วน (Urgent) และไม่ด่วน (Non-Urgent) เพื่อแบ่งเบาภาระหน้าที่ของพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายคัดกรอง กรณีที่มีผู้ป่วยเยอะและไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าว เป็นเพียงเครื่องมือประกอบการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่เท่านั้น และจะต้องอาศัยประสบการณ์ ความชำนาญและปัจจัยอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจ

Cr: Senior Project#4 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศูนย์รังสิต

Related Post

ส่อง! 4 สิ่งประดิษฐ์ฝีมือนวัตกรพันธุ์ใหม่