ในอดีตหลอดฟลูออเรสเซนต์มีขนาดใหญ่ หนา และมีสวิตช์เปิดปิดในตัว เมื่อกดสวิตช์เปิดมันจะกระพริบ 2-3 ครั้งแล้วจึงสว่าง

เมื่อเปิดและปิดหลอดไฟชนิดนี้บ่อยๆ มันจะเสื่อมคุณภาพ การเปิดทิ้งไว้ตลอดเวลาน่าจะดีกว่า แต่ปัจจุบันมีหลอดฟลูออเรสเซนต์รุ่นใหม่ รูปร่างผอม และมีบัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ในตัวจึงใช้งานได้นานกว่า จะเปิดปิดกี่ครั้งก็ไม่เป็นปัญหา เพราะอัตราการเสื่อมจากการปิดเปิดนั้นน้อยมาก

นอกจากนี้บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ที่มากับหลอด ยังทำให้ไฟจากหลอดฟลูออเรสเซนต์สมัยใหม่ไม่กระพริบวิบๆ อย่างหลอดรุ่นเก่าซึ่งเปิดปิดถึง 100 ครั้งต่อวินาที จึงทำให้ดูเหมือนไฟกระพริบอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ดี แม้ว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์จะให้แสงสว่างคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป แต่ในอดีตหลอดไฟชนิดนี้มีจุดอ่อนในเรื่องของสี เพราะแสงจากหลอดไฟแบบนี้ประกอบด้วยสีเพียงบางสีในสเปกตรัม ทำให้มีคุณสมบัติในการใช้งานได้น้อย จนมายุคปัจจุบันได้มีการพัฒนาหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ให้สีที่ดีกว่าเดิม จึงทำให้หลอดฟลูออเรสเซนต์มีสีและแสงที่มีประสิทธิภาพ สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายมากขึ้น

Related Post

หลอดฟลูออเรสเซนต์ในอดีตกับปัจจุบันต่างกันอย่างไร?