เครื่องจับเท็จหรือที่เรียกกันว่าโพลีกราฟ” (polygraph) ประดิษฐ์ขึ้นมาในปี 1921 โดยจอห์น ลาร์สัน ชาวอเมริกันผู้เป็นทั้งตำรวจและนักศึกษาแพทย์ หลักการทำงานของโพลีกราฟตั้งอยู่บนทฤษฎีที่ว่า เมื่อคนเราโกหก ร่างกายจะแสดงกิริยาพิรุธที่สามารถตรวจจับได้ผ่านอุปกรณ์วัดสัญญาณชีพ

ระหว่างการสอบสวน ผู้สอบสวนจะถามผู้ต้องสงสัยด้วยชุดคำถามที่เตรียมไว้ ซึ่งประกอบด้วยคำถามที่ผู้สอบสวนรู้คำตอบที่ถูกต้องอยู่แล้ว เช่น ชื่อ หรือประวัติครอบครัวของผู้ต้องสงสัย เป็นต้น เพื่อที่ว่าผู้สอบสวนจะสามารถสังเกตการตอบสนองของผู้ต้องสงสัยเมื่อเขาพูดความจริง จากนั้นผู้สอบสวนก็จะถามคำถามที่เกี่ยวข้องกับรูปคดี เช่น ที่อยู่ของผู้ต้องสงสัยขณะเกิดเหตุ เป็นต้น ตรงนี้ผู้สอบสวนก็จะเปรียบเทียบได้ว่าผู้ต้องสงสัยพูดความจริงหรือโกหกผ่านทางสัญญาณที่เครื่องโพลีกราฟแสดงผล หากสัญญาณแตกต่างออกไปจากขณะที่เขาตอบความจริง ก็มีความเป็นไปได้ว่าเขากำลังโกหก

การใช้เครื่องโพลีกราฟในการสอบสวนเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในวงกว้าง เนื่องจากสัญญาณร่างกายเป็นสิ่งที่ซับซ้อนและมีปัจจัยหลายตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ผู้ต้องสงสัยที่เป็นผู้บริสุทธิ์อาจรู้สึกกดดันมาก จนแสดงอาการประหม่าที่ถูกตีความว่าเป็นอาการพิรุธได้ เช่น เมื่อถูกถามตรงๆ ว่าคุณยิงภรรยาของคุณใช่หรือไม่ ?” ผู้ต้องสงสัยอาจจะรู้สึกถูกคุกคามและตอบปฏิเสธด้วยอารมณ์รุนแรง ทำให้สัญญาณที่แสดงพุ่งกระตุกเหมือนคนมีพิรุธ ดังนั้นในการสอบสวนที่ใช้เครื่องโพลีกราฟ ผู้สอบสวนจะได้รับการฝึกอบรมให้ถามคำถามที่เป็นกลาง เพื่อให้ผู้ต้องสงสัยเผยข้อเท็จจริงในคดีออกมาเอง เช่นผู้ตายถูกยิงด้วยปืน 9 มม. หรือไม่ ?” เป็นต้น อย่างไรก็ตามข้อปฏิบัติเช่นนี้ก็ไม่ได้รับประกันว่าเครื่องโพลีกราฟจะจับโกหกได้จริงอยู่ดี

ตำรวจและหน่วยงานสอบสวนคดีในสหรัฐอเมริกานิยมใช้เครื่องโพลีกราฟในการสอบสวนชั้นต้น แต่มีเพียงไม่กี่รัฐเท่านั้นที่อนุญาตให้ใช้เครื่องโพลีกราฟประกอบการพิจารณาคดี ต่างจากในประเทศทางยุโรปที่ไม่มีการใช้เครื่องจับเท็จในหน่วยงานรัฐเลย ส่วนตำรวจไทยก็มีการใช้เครื่องจับเท็จบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก 

สัญญาณที่ปรากฏเผยพิรุธโกหก

ว่ากันตามทฤษฎีของเครื่องโพลีกราฟ เมื่อคนเราพูดโกหก ร่างกายของเราจะแสดงอาการพิรุธตื่นเต้นโดยไม่รู้ตัวและควบคุมไม่ได้ หากใช้เครื่องโพลีกราฟวัดสัญญาณของผู้ต้องสงสัยขณะสอบสวน ตำรวจก็จะสามารถแยกแยะได้ว่าผู้ต้องสงสัยพูดความจริงหรือพูดโกหกตรงไหนบ้าง

หัวใจ

ชีพจรและความดันโลหิตของคนโกหกจะเพิ่มสูงขึ้น

ปอด

คนโกหกจะหายใจหอบถี่ๆ สั้นๆ

ผิวหนัง

อาการตื่นเต้นจากการโกหกจะทำให้เหงื่อไหลซึมออกมาที่ฝ่ามือและปลายนิ้ว

ขา

เมื่อเราโกหก แขนขาของเราจะสั่นนิดๆ อย่างมีพิรุธเนื่องจากความกังวล การสั่นนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของจิตใจ

ในอนาคตเครื่องจับเท็จอาจใช้การสแกนสมอง?

งานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าสมองใหญ่ส่วนหน้าและส่วนข้างของคนที่กำลังโกหกจะมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างจากคนที่กำลังพูดความจริง มีการทดลองใช้เครื่อง fMRI สแกนการทำงานของสมองเพื่อจับโกหก ซึ่งส่วนใหญ่ก็ให้ผลออกมาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

Related Post

เครื่องจับเท็จทำงานอย่างไร?