เมื่อเร็วๆ นี้ มีรายงานว่าเหล่าผู้พิพากษาของศาลในสหรัฐอเมริกากำลังเริ่มใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการช่วยตัดสินคดีความ โดยให้ตัดสินว่าผู้กระทำผิดควรถูกจำคุกเมื่อไร เเละนานเเค่ไหน 

ในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ผู้ต้องหาจะปรากฏตัวต่อหน้าผู้พิพากษาเกือบทันทีหลังจากถูกจับกุมตัว หลังจากนั้นผู้พิพากษาจะกำหนดวันไต่สวนคดีให้กับผู้ต้องหา ซึ่งอาจจะภายในไม่กี่สัปดาห์ หรืออาจจะหลายเดือนต่อจากนั้น โดยผู้พิพากษาจะต้องตัดสินใจว่า ผู้ต้องหาควรถูกกักตัวในคุกในระหว่างที่รอให้ถึงวันไต่สวนคดี หรือควรปล่อยตัวได้จนกว่าจะถึงวันพิจารณาคดี

อย่างไรก็ดี ศาลในสหรัฐอเมริกาหลายแห่งยังใช้ระบบเรียกค่าประกันตัว โดยในระบบนี้ ผู้พิพากษาจะกำหนดจำนวนเงินค่าประกันตัวที่ผู้ต้องหาสามารถจ่ายได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการจำคุกในขณะที่รอขึ้นศาลเพื่อไต่สวนคดี แต่หากเห็นว่าผู้ต้องหามีความเสี่ยงสูงที่จะไม่กลับไปรายงานตัวเพื่อไต่สวนคดี ผู้พิพากษามักจะตั้งจำนวนค่าประกันตัวที่สูงขึ้น

แต่เมื่อมีการสร้างระบบ AI ขึ้นมา โดยทีมนักวิจัยจะใช้เครื่องคอมพิวเตอร์หลายตัวมาวิเคราะห์ข้อมูลจากคดีว่าความในศาลหลายพันคดี เครื่องคอมพิวเตอร์จะใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อคาดเดาว่า ผู้ต้องหาจะก่ออาชญากรรมอีกครั้งหรือไม่ หรืออาจจะไม่มารายงานตัวในวันไต่สวนคดีตามกำหนดหรือเปล่า

ระบบปัญญาประดิษฐ์อย่างหนึ่งที่เหล่าผู้พิพากษาของสหรัฐอเมริกาใช้งานอยู่นี้มีชื่อเรียกว่า ระบบประมวลผลความปลอดภัยของสาธารณะ หรือ Public Safety Assessment ถูกพัฒนาขึ้นโดยมูลนิธิลอร่าเเละจอห์น อาร์โนลด์ (Laura and John Arnold Foundation) ที่ใช้เงินสนับสนุนส่วนตัวเเละตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส ทางมูลนิธินี้ชี้ว่า ระบบ AI ของตนออกแบบให้สามารถให้ข้อมูลที่ไม่ลำเอียงเพราะปราศจากความคิดเห็น และความรู้สึกส่วนตัวเเก่ผู้พิพากษา เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างยุติธรรมแก่ผู้ต้องหาหรือผู้ต้องขัง

สำหรับขั้นตอนของการประมวลผลความปลอดภัยของสาธารณะนี้ จะเริ่มต้นขึ้นเกือบจะทันทีหลังจากผู้ต้องหาถูกพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยข้อมูลต่างๆ จะถูกส่งเข้าไปในระบบที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ส่วนกลาง เเละในการไต่สวนคดีครั้งแรกจากเรือนจำ ผู้ต้องหาจะปรากฏตัวต่อผู้พิพากษาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เเละจะมีการเเจ้งระดับคะเเนนความเสี่ยงจากผลการประเมินของผู้ต้องหาแก่ผู้พิพากษาอีกด้วย

ผู้ต้องหาที่มีระดับคะแนนจากการประเมินความเสี่ยงต่ำ มักถูกปล่อยตัวภายใต้การควบคุมความประพฤติของศาล จนกว่าจะถึงวันนัดขึ้นศาลครั้งต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านกฏหมายบางคนเเสดงความชื่นชมต่อระบบนี้เพราะช่วยกักตัวผู้ต้องหาที่เป็นอันตรายต่อโลกภายนอกเอาไว้ในคุก ในขณะที่ให้เสรีภาพแก่ผู้ต้องหาที่ไม่เป็นอันตรายแก่สังคม อีกทั้งยังช่วยลดการตัดสินคดีเเบบลำเอียงที่มาจากสีผิว เพศ หรือหน้าตาของผู้ต้องหา

ใขณะเดียวกันก็มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับระบบดังกล่าว เพราะกังวลว่าข้อมูลที่ประเมินโดยระบบปัญญาประดิษฐ์นี้ อาจจะเข้าไปแทนที่การตัดสินใจของผู้พิพากษาในด้านการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับตัวผู้ต้องหา เเละในการพิพากษากำหนดบทลงโทษ ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตผู้พิพากษาอาจจะเลิกใช้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ในระดับสูงในการพิจารณาคดี เพราะคอมพิวเตอร์จะคิดให้หมด

แต่ทางมูลนิธิได้ย้ำอย่างชัดเจนว่า ระบบประมวลผลความปลอดภัยของสาธารณะที่พัฒนาขึ้นนี้ ออกแบบเพื่อขั้นตอนการพิจารณาเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหาเท่านั้น เเละผู้พิพากษาไม่ควรใช้ระบบนี้ในการพิจารณาบทลงโทษแก่ผู้ต้องหา

Credit: VOA

Related Post

AI สามารถช่วยตัดสินคดีความได้จริงหรือ?