บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจพลังงานแห่งเอเชียที่มุ่งมั่นพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ร่วมกับคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม หรือ ค่ายเพาเวอร์กรีน” ปีที่ 12 ภายใต้หัวข้อ เศรษฐกิจ สังคม และความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างสมดุลอย่างไรให้ยั่งยืนในยุคไทยแลนด์ 4.0” คัดเลือกเยาวชนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และสายวิทยาศาสตร์จำนวน 70 คน จากผู้สมัครทั่วประเทศรวม 429 คน เข้าค่ายเมื่อเดือนตุลาคม 2560 ณ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

โดยในปีนี้ได้เน้นการเรียนรู้ผ่านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ได้สัมผัสประสบการณ์จริงผ่านกิจกรรมศึกษาธรรมชาติ การดำเนินธุรกิจและการใช้ชีวิตของคนในชุมชนที่มุ่งพัฒนาเศรฐกิจและการประกอบอาชีพท้องถิ่นควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมเรียนรู้การนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาสำรวจและระบุแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างการดำเนินธุรกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาชุมชนเพื่อนำไปประยุกต์ต่อยอดให้เกิดความยั่งยืนกับประเทศต่อไป

จุดหมายปลายทางสู่การเรียนรู้ของเยาวชนในครั้งนี้ก็คือ จังหวัดชลบุรีและระยอง ที่ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยว เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ แต่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุ์พืช และสัตว์จำเพาะ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นศูนย์รวมของหน่วยงานเทคโนโลยีสารสนเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมไทยโชต สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และแหล่งการเรียนรู้ทางด้านอวกาศ Space Inspirium ถือเป็นแหล่งทรัพยากรความรู้ชั้นดีให้เยาวชนในโครงการเข้าไปศึกษาวิเคราะห์และนำมาบริหารความหลากหลายทางชีวภาพ สร้างสมดุลแก่ประเทศชาติ

นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโสองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เผยว่า ความหลากหลายทางชีวภาพเป็นเรื่องที่บ้านปู เน้นย้ำและให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่องผ่านการดำเนินธุรกิจของบริษัท และค่ายเพาเวอร์กรีน เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability Policy) และนโยบายความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Policy)  ของเรา เพื่อใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการและป้องกันไม่ให้กิจกรรมของบริษัท สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และเพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างสังคมและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้เราได้ต่อยอดนำองค์ความรู้มาสู่เยาวชนผู้เป็นอนาคตของชาติ เพื่อให้พวกเขาได้เห็นถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ และนำความรู้ที่ได้รับไปเปลี่ยนแปลงและพัฒนาชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมรักษาคุณค่าทางระบบนิเวศควบคู่กับการดำรงชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของบ้านปูที่ว่า พลังความรู้คือพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา

กิจกรรมในค่ายเพาเวอร์กรีน ปีที่ 12 นี้ เยาวชนทั้ง 70 คน ได้มีโอกาสเรียนรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเกี่ยวกับในหัวข้อต่างๆ เช่น คุณค่าและการใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้ประโยชน์พืชในพื้นที่ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน การประยุกต์ใช้การสำรวจระยะไกลเพื่อการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน จากคณะอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมรับฟังเสวนาพิเศษในหัวข้อความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและชุมชนในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมบนฐานการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนกับนักธุรกิจที่มีความสนใจด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาน้ำจืดในประเทศไทย และคุณออย อิษฏ์วรรณ สุทธินาค เจ้าของแบรนด์แฟชั่นผู้สร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจ ธรรมชาติ และความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านบริษัททัวร์เชิงอนุรักษ์ Suntan Tour  ที่ให้ชาวมอร์แกนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมเป็นทีมงานเพื่อช่วยสร้างอาชีพและส่งเสริมการคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของชาวมอร์แกน

นอกจากนี้หนึ่งในจุดหมายสำคัญของการเดินทางไปยังจังหวัดชลบุรีและระยอง คือพื้นที่กลุ่มประมงเรือเล็กปากคลองตากวน และ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัทในเครือของบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) ที่เป็นตัวอย่างการอยู่ร่วมกันระหว่างการดำเนินธุรกิจชุมชนและความหลากหลายทางชีวภาพที่สมดุล

นายแดง บุตรบุญอินทร์ ตัวแทนกลุ่มชุมชนประมงเรือเล็กปากคลองตากวน เผยว่าในอดีตการทำประมงเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ของกลุ่มเป็นเพียงอาชีพเสริมเท่านั้น แต่หลังจากได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด ทางกลุ่มชุมชนได้รับองค์ความรู้ เงินทุนสนับสนุน และสามารถพัฒนาต่อยอดการทำประมงเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่จนเป็นอาชีพหลัก หาเลี้ยงปากท้องแก่ทุกคนในชุมชนได้อย่างประสบความสำเร็จ ปัจจุบันชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การดำเนินธุรกิจของโรงไฟฟ้าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพวกเรา ต่างฝ่ายต่างเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ดีหลังการเรียนรู้ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้ว เยาวชนแต่ละกลุ่มก็ได้นำเสนอโครงงาน โดยโครงงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ที่ได้รับทุนการศึกษามูลค่า 10,000 บาท คือ โครงงานแอปพลิเคชันเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ SEAN” เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้แก่นักท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดที่อุดมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อมจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เติบโตขึ้นทุกปี โดยแอปพลิเคชันจะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและความหลากหลายทางชีวภาพ นำมาแสดงให้ผู้ใช้ได้ทำกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมได้รับคะแนนสะสมเพื่อนำไปแลกรางวัลต่อไป นอกจากนี้ แอปพลิเคชันยังแสดงข้อมูลเกี่ยวกับที่พักและของฝากประจำท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในภาพรวมของภูเก็ตอีกด้วย

Related Post

“ค่ายเพาเวอร์กรีน ปีที่ 12” ส่งเสริมเยาวชนเรียนรู้การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อม
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างสมดุล