จะดีแค่ไหน? หากเยาวชนไทยได้มีโอกาสเรียนรู้และเข้าร่วมโปรแกรมฝึกฝนการเป็นนักบินอวกาศในหลักสูตรจริง กับสถานที่จริงของนาซา เหมือนที่นักบินอวกาศทุกคนเคยสัมผัส

ความฝันและโอกาสที่ว่านั้นไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป เพราะมีโครงการดีๆ ที่ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ (U.S. Space and Rocket Center – USSRC) ร่วมกับ บริษัท ซิกเนเจอร์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ( Zignature Marketing Co,.Ltd.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และ Thailand Space and Aeronautics Research (TSR) ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้มีโอกาสเรียนรู้การเป็นนักบินอวกาศ โดยใช้ชื่อโครงการว่า Discover Thailand’s Astronauts Scholarship Program (โครงการทุนการศึกษาค้นพบนักบินอวกาศไทย) ซึ่งเป็นโครงการแข่งขันชิงทุนการศึกษาด้านการสำรวจอวกาศของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เป็นครั้งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 แล้ว

ผู้ที่ชนะการแข่งขันชิงทุนก็จะได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยไปศึกษาวิชาการสำรวจอวกาศเบื้องต้นในหลักสูตรเร่งรัด เป็นระยะเวลา 10 วัน ณ ศูนย์อวกาศและจรวดแห่งชาติสหรัฐฯ ซึ่งตั้งอยู่ที่ฐานทัพ Redstone Arsenal ของกองทัพสหรัฐฯ ในเมือง Huntsville มลรัฐ Alabama รวมถึงได้รับทุนการศึกษาจนจบระดับชั้นปริญญาตรีในคณะใดก็ได้ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ผู้ที่เข้ารับการศึกษาวิชาการสำรวจอวกาศเบื้องต้นจะได้รับการเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการอวกาศสหรัฐฯ ทั้งในอดีตและปัจจุบันทั้งหมด จากวิศวกรขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) รวมทั้งศึกษาเกี่ยวกับจรวดรุ่น Space Launch System (SLS) ในโครงการเดินทางไปยังดาวอังคาร และยังจะต้องฝึกการเดินอวกาศแบบไร้น้ำหนัก การนำยานสำรวจอวกาศขึ้นและลงจอดที่สถานีอวกาศเคนเนดี้ (Kennedy Space Center) การบังคับการยานสำรวจอวกาศส่วนบุคคล หรือ Manned Maneuvering Unit (MMU) วิศวกรรมสถานีอวกาศนานาชาติ และการดำน้ำเพื่อฝึกการทำงานในชุดอวกาศในสภาพไร้น้ำหนัก เป็นต้น

สำหรับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ชิงทุนการศึกษาของรัฐบาลสหรัฐฯ ด้านการสำรวจอวกาศและทุนการศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรีของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คือ 1) มีสัญชาติไทย และ 2) อายุไม่ต่ำกว่า 14 ปี และ ไม่เกิน 19 ปี ในวันสมัคร 3) เพศ ช. 1 / ญ. 1 ซึ่งผู้สมัครทั้งหมดจะต้องสอบ SCAT (Space Camp Aptitude Test) จำนวน 100 ข้อ ภายในเวลา 180 นาที ซึ่งเป็นแบบทดสอบที่เป็นภาษาอังกฤษในด้าน STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics) เช่น physics, dynamics, logics และ ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับความเป็นมาด้านการสำรวจอวกาศสากล ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 21 คน (เป็นชายประมาณกึ่งหนึ่งและหญิงประมาณกึ่งหนึ่ง) จะได้รับการคัดเลือกไปแข่งขันรอบสุดท้ายใน STEM Camp เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยจะต้องแข่งขันด้านประดิษฐกรรมและนวัตกรรม นักเรียนชายจำนวน 1 คน และ นักเรียนหญิงจำนวน 1 คน ที่ได้คะแนนโหวตจากเพื่อนและกรรมการมากที่สุดในวันสุดท้ายจะได้รับทุนของรัฐบาลสหรัฐฯ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

นอกจากนี้ ยังมีทุนการศึกษาด้านการสำรวจอวกาศสมทบจาก Est ซึ่งผู้สมัครชิงทุนการศึกษาจะต้องผ่านกระบวนการเดียวกันและได้คะแนนเป็นลำดับที่สาม ซึ่งผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้คือ 1) ไม่จำกัดสัญชาติ และ 2) อายุระหว่าง 12-30 ปี

ผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้ที่ www.spacecampthailand.com โดยจะปิดรับสมัครในวันที่ 15 ตุลาคม 2560 ค่าลงทะเบียนสมัครสอบ 500 บาท ตัวแทนโรงเรียน 4 คน ไม่เสียค่าใช้จ่าย การสอบ SCAT จะมีขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม 2560 เวลา 9:00-12:00 น. ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และ STEM Camp มีขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2560 ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ของสถาบันเดียวกัน

นับว่าเป็นโครงการดีๆ ที่นอกจากจะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับเด็กไทยแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความรู้ความสามารถของเด็กไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกอีกด้วย ไม่แน่ว่าในอนาคต เราอาจจะได้เห็นเด็กไทยกลายเป็นนักบินอวกาศคนแรกของประเทศที่ได้เดินทางไปดาวอังคาร หรืออาจได้ทำงานร่วมกับนาซาก็เป็นได้!

Related Post

สานฝันเด็กไทยก้าวไกลสู่การเป็นนักบินอวกาศ…