งานสัมมนาและแสดงนิทรรศการนานาชาติด้านกิจการอวกาศ “Space: Message from the Sky” - Science Illustrated Thailand

ในปัจจุบันกิจการด้านอวกาศและเทคโนโลยีอวกาศมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมวิทยา วิทยาศาสตร์ ตลอดจนด้านความมั่นคงของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านดาวเทียม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความรู้หลากหลายสาขา ตั้งแต่การสร้างดาวเทียม การส่งดาวเทียม การกำหนดวงโคจร รวมไปถึงการควบคุมและใช้ประโยชน์ด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในด้านการสื่อสาร เช่น การถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โทรศัพท์ทางไกลผ่านดาวเทียม, ด้านการศึกษา, ด้านการขนส่ง, การพัฒนาด้านการแพทย์ผ่านดาวเทียม, ระบบการเตือนภัยธรรมชาติ, การสำรวจทรัพยากร, การเกษตรและการบริหารจัดการแหล่งน้ำ

กิจการด้านอวกาศเหล่านี้ยังมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอวกาศ กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรต่างๆ ที่ต้องมีการทำความตกลงกับนานาประเทศ เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคงและใช้ประโยชน์จากอวกาศ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติของโลกที่มีอยู่อย่างจำกัดร่วมกันอย่างสันติ และแนวโน้มการส่งเสริมกิจการอวกาศของไทยแก่ภาคเอกชนในรูปแบบของการออกใบอนุญาต

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญและได้จัดงานสัมมนาและแสดงนิทรรศการนานาชาติด้านกิจการอวกาศ “Space Exhibition” ภายใต้แนวคิด “Space: Message from the Sky” ขึ้น โดยงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของงาน Digital Thailand Big Bang 2018 เพื่อมุ่งหวังที่จะสร้างความตระหนักรู้ ความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับกิจการอวกาศและเทคโนโลยีอวกาศแก่ประชาชนทั่วไป และเพื่อเป็นเวทีสำหรับการถ่ายทอดประสบการณ์การพัฒนาด้านนโยบายอวกาศของต่างประเทศและองค์กรชั้นนำต่างๆ รวมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ได้มาแลกเปลี่ยนทัศนะ ความคิดเห็น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากิจการอวกาศต่อไป

อีกทั้งยังเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่การดำเนินงานตามนโยบายเปิดน่านฟ้าเสรีของไทย และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนและประชาชนทั่วไป เพื่อต่อยอดสู่การแสวงหาความรู้เพิ่มเติมและมีส่วนร่วมในการพัฒนาด้านกิจการและเทคโนโลยีอวกาศของประเทศในอนาคตอีกด้วย

สำหรับแนวคิดของงาน “Space: Message from the Sky” นั้นมีที่มาจากชื่อหนังสือ Sidereus Nuncius ซึ่งมีความหมายว่าสารจากฟากฟ้าหรือ Message from the Sky หนังสือของกาลิเลโอ กาลิเลอี เล่มนี้ได้รับการจัดพิมพ์ใน ค.. 1690 เป็นสิ่งตีพิมพ์ชิ้นแรกของโลกที่มีเนื้อหาด้านดาราศาสตร์อันเกิดจากการสังเกตตามหลักวิทยาศาสตร์ โดยการส่องกล้องโทรทรรศน์

งานนิทรรศการนี้เป็นการประมวลและนำเสนอการเหตุการณ์และการค้นพบครั้งสำคัญทางดาราศาสตร์และอวกาศศึกษาทั้งในประเทศไทยและของโลก อันนำมาสู่การคิดค้น พัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ ด้านอวกาศ การค้นพบเหล่านั้นจึงเปรียบเหมือนสาร (message) หรือความรู้จากฟากฟ้า ที่ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของมวลมนุษยชาติมาโดยตลอดนั่นเอง

ตลอด 5 วัน ผู้เข้าชมงานจะได้รับทั้งประสบการณ์ แรงบันดาลใจ และองค์ความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมด้านอวกาศ โดยภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลาย เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย มีการจัดแสดงนิทรรศการด้านอวกาศศึกษา เช่น โซนนิทรรศการ Timeline “Message From The Sky” ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับปรัชญาด้านดาราศาสตร์ ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ยุคโบราณ ยุคประวัติศาสตร์ ยุคแห่งการปฏิวัติ ยุคใหม่ และรวมถึงเนื้อหาดาราศาสตร์ราชสำนัก

โซนที่ว่าด้วยเรื่องของท้องฟ้า และ ดวงดาวที่จะแสดงให้เห็นว่าเมื่อมนุษย์ได้ศึกษาและเข้าใจเกี่ยวกับท้องฟ้า อวกาศ และจักรวาล ผ่านคณิตและฟิสิกส์จนสามารถเปิดโลกแห่งเอกภพผ่านสายตาและก้าวย่างมนุษย์สามารถเริ่มดึงศักยภาพจากแหล่งทรัพยากรมหาศาลแห่งบรรพกาลมาพัฒนาโลกอย่างไม่หยุดยั้งตลอดจนการสร้างอากาศยานที่ก้าวข้ามทุกอุปสรรคในน่านฟ้ากลไกสำคัญของการพัฒนาชาติที่มั่นคงและการแข่งขันเศรษฐกิจทางเทคโนโลยีด้วยนวัตกรรมขั้นสูง

และยังมีเนื้อหาที่แสดงถึงนวัตกรรมจากวันนี้ถึงอนาคตการพัฒนาที่นำทรัพยากรจากฟ้ามาเชื่อมโยงทุกมิติการพัฒนาของโลก ของประเทศ และของมนุษย์พลังจากอวกาศไม่ไกลตัวอย่างที่คิด แต่อยู่แวดล้อมในชีวิตของทุกคนให้ก้าวข้ามอุปสรรค สู่ความสะดวกสบาย มั่นคง ปลอดภัย และเท่าเทียม

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่การจัดแสดงบูธนิทรรศการขององค์การต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ จัดแสดงนวัตกรรมแห่งอนาคตด้านอวกาศศึกษา จำนวน 12 หน่วยงาน ได้แก่

1. THAICOM

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับบทบาทดาวเทียมต่อ Digital Transformation

2. Mu Space

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการศึกษาโครงการ mu Space Apparel / Spacesuit เทคโนโลยี ที่ mu Space 

3. Intelsat

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยีดาวเทียมและการใช้ประโยชน์เพื่อการสื่อสารและโทรทัศน์ดาวเทียมในระบบ DTH (Direct to Home)

4. One Web

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับแผนการส่งดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO constellation) จำนวน 800 ดวง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ digital divide

5. Centrovision

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยี และนวัตกรรม เครื่องบินเล็ก เครื่องบินโดรน และตัวอย่างการบริการของธุรกิจอากาศยานไร้คนขับ เช่น การจัดทำทัวร์เสมือนจริง(Virtual Panorama Tour), บริการภาพถ่ายแผนที่ทางอากาศ (Aerial Picture Map)

6. DJI

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเทคโนโลยีโดรนและการใช้ประโยชน์ในด้านความปลอดภัยสาธารณะ กิจกรรมการก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน ภาคพลังงาน ภาคการเกษตร และสื่อ

7. SKY11

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีโดรนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงการพัฒนาโดรนเพื่อการเกษตรสู่อนาคต

8. Rohde & Schwarz

จัดแสดงนิทรศการเกี่ยวกับระบบวัด ตรวจสอบและจำลองการทำงานของดาวเทียมรวมถึงใช้ทดสอบชิ้นส่วนในดาวเทียมครับ

9. Kasetsart University

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดาวเทียม เพื่อการเกษตร Smart Agriculture Platform ด้วย Application ร่วมกับ Partner จากจีน

10. PlanetComm

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับอุปกรณ์สื่อสารดาวเทียม ภายใต้แนวคิด “Space Innovation for Our Digital Planet and Beyond”

11. Royal Thai Air Force และ GISTDA

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับข้อมูลและเทคโนโลยีเกี่ยวกับดาวเทียมเพื่อความมั่นคง ร่วมกับ GISTDA

12. APSCO

จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากดาวเทียมภายใต้โครงการความร่วมมือด้านอวกาศ ภายใต้แนวคิด Community of shared future through space cooperation

ตื่นตาตื่นใจไปกับหนังสั้น 10 เรื่องที่ฉายด้วยเทคนิค 360 องศา ภายในโดมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร โดยมีการสอดแทรกสาระความรู้ด้านอวกาศศึกษาให้ได้ชมกันด้วย

หนัง 10 เรื่องในโดม  ได้แก่

1 เรื่อง SPACE: A Never-ending Journey (ความยาว 3 นาที)

เป็นหนังประจำนิทรรศการที่มีแนวคิดเกี่ยวกับอวกาศดินแดนอันไร้ขอบเขต แหล่งความรู้ และวิทยาการที่มีส่วนผลักดันความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนามวลมนุษยชาติมาแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน และต่อไปในอนาคตอย่างไม่รู้จบ

2. เรื่อง Flight of Fancy (ความยาว 8 นาที)

เรื่องราวของนักเรียนวัยรุ่น 2 คนเข้าร่วมงานดูดาวในท้องถิ่น พวกเขาได้เรียนรู้ว่ากล้องโทรทรรศน์ช่วยให้เราเข้าใจตำแหน่งของเราในอวกาศและมันยังช่วยขยายความเข้าใจของเราเกี่ยวกับจักรวาลต่อไป

3. Light Echoes, from Geodesium “Stella Novous” : แสงสะท้อนจาก Geodesium Stella Novus (ความยาว 5 นาที)

เกี่ยวกับจักรวาลร้อนแรงและทรงพลัง เป็นการนำเสนอโดยการใช้ภาพประกอบอันน่าตื่นตาตื่นใจ และภาพจริงที่ได้จากความสำเร็จของดาราศาสตร์สมัยใหม่จากหอสังเกตการณ์พื้นโลกและวงโคจรที่ทันสมัยที่สุด

4. Clockwork Skies : กลไกเวลาบนท้องฟ้า (ความยาว 5 นาที)

แสดงให้เห็นถึงภาพรวมของสภาพแวดล้อมของดวงอาทิตย์และโลกด้วยภาพ เคลื่อนไหวและภาพวิดีโอความละเอียดสูงจะแสดงปรากฏการณ์สุริยคติต่างๆ

5. Solar Quest : การสำรวจดวงอาทิตย์ (ความยาว 11 นาที)

เกี่ยวกับสำรวจรูปแบบการเคลื่อนไหวและเวลาบนท้องฟ้าของเรา

6. From the Earth to the Universe : จากโลกสู่จักรวาล (ความยาว 11 นาที)

ภาพถ่ายอันน่าตื่นตะลึงจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ประกอบเข้ากับอัลบั้มเพลงอวกาศยอดนิยมประจำปี 2011

7. Asterias : แอสเทอเรีย (ความยาว 11 นาที)

สัมผัสประสบการณ์จากโลกสู่จักรวาล การเดินทางอันน่าตื่นตาตื่นใจผ่านอวกาศและกาลเวลาไปสู่จักรวาลตามข้อมูลทางวิทยาศาสตร์

8. Treasure of the Universe : สมบัติแห่งจักรวาล (ความยาว 20 นาที)

นับแต่สมัยโบราณผู้คนมามารถสังเกตุเห็นเพียงก้อนเมฆจางๆ บนท้องฟ้ายามคํ่าคืน แต่ในศตวรรษที่ 17 และ 18 ได้มีการประดิษฐ์กล้องโทรทรรศน์ซึ่งนำไปสู่การค้นพบกลุ่มก๊าซต่างๆ มากมาย และมีการตั้งชื่อให้แก่พวกมัน ซึ่งต่อมาได้พบว่ากลุ่มก๊าซหลายๆ กลุ่มนั้นคือ กาแลกซี่ต่างๆ ที่อยู่ห่างออกไป

9. Rosetta : โรเซตตา (ความยาว 20 นาที)

พบกับภารกิจสำรวจดาวหางที่มีชื่อว่า 67P และการค้นพบอันยิ่งใหญ่ มาร่วมเดินทางกับนักสำรวจดาวหาง นายคลิม ชูร์ยูมอฟ เข้าไปในเรื่องราวเกี่ยวกับต้นกำเนิดของระบบสุริยะและชีวิตบนโลก พบกับภารกิจอันท้าทายที่ยาวนานถึง 10 ปีของยานอวกาศโรเซตตาและยานลูกของมันนามว่า ‘Philae (ฟีเล)’

10. Threat From Space : ภัยคุกคามจากอวกาศ (ความยาว 20 นาที)

เมื่อเรามองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามคํ่าคืนดูเหมือนว่ามันจะเงียบสงบ แต่เมื่อมองใกล้เข้าไปคุณจะค้นพบว่าพื้นที่นั้นเต็มไปด้วยอันตรายมากมาย! ดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง มหานวดารา หรือแม้แต่หลุมดำนั้น ทั้งหมดอาจส่งผลร้ายต่อโลก ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ดังกล่าวคืออะไร? ภัยพิบัติดังกล่าวเคยเกิดขึ้นในอดีตของโลกหรือไม่? มันจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่?

และในวันศุกร์ที่ 21 กันยายน เวลา 09.30 – 16.00 . ก็มีงานสัมมนาบริเวณเวทีกิจกรรม (Activity Stage) ชาเลนเจอร์ฮอล์ล 1 อิมแพค เมืองทองธานี ในงานสัมมนาได้เชิญวิทยากรจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียม และนวัตกรรม ทั้งในและต่างประเทศ มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กันด้วย

โดยภายงานจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ก็คือ เวลา 10.00-12.00 . เวทีเสวนา ช่วงที่ 1 เรื่องเกี่ยวกับ Satellite & Near Future (Orbit) โดยผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.), ผู้แทนจาก บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน), ผู้แทนจาก บริษัท Intelsat Singapore Pte. Ltd. และวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้าวดาวเทียม จากต่างประเทศ และเวลา 13.30-16.00 . เวทีเสวนา ช่วงที่ 2 เรื่องเกี่ยวกับผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่อนาคต มีทั้งหมด 5 หัวข้อ ได้แก่ นวัตกรรมโดรนที่ใช้ใน 6 ภาคอุตสหกรรม โดย บริษัท SZ DJI Technology Co., Ltd.,  เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตร โดย บริษัท สกาย วัน วัน จำกัด, การพัฒนาโดรนในประเทศไทย โดย บริษัท เซ็นโทรวิชั่น จำกัด, กิจการดาวเทียม และการคมนาคม โดย บริษัท Global Eagle และกิจการดาวเทียม และการศึกษา โดย คณะวิศวรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมีชุดหูฟังแปลภาษา TH-EN ตลอดเวลาสัมมนา

สำหรับใครที่สนใจ อยากเรียนรู้เหตุการณ์สำคัญด้านอวกาศที่พัฒนานวัตกรรมมาจนถึงปัจจุบัน สัมผัสเทคโนโลยีอวกาศสุดล้ำ และกิจกรรมสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศ สามารถเข้าชมงานได้ที่บูธ D1 ตั้งแต่วันที่ 19-23 กันยายน 2561 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Related Post

งานสัมมนาและแสดงนิทรรศการนานาชาติด้านกิจการอวกาศ “Space: Message from the Sky”